กองปราบบุกทลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติรวบ12ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วันที่ 26 ก.ย. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป.สั่งการให้พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป.พ.ต.ท.อนุสรณ์ ทองไสย พ.ต.ท.วริศร มัจฉา รอง ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ต.จอมพฤทธิ์ แก้วเรือง สว.กก.6 บก.ป.พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 -2 -3 บก.ป. เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด ในพื้นที่ กทม.,ชลบุรี ,ปราจีนบุรี ,สระแก้ว และนครราชสีมา ก่อนเข้าจับกุม น.ส.สุธาทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี พร้อมพวกชายหญิงได้รวม 12 คน ทั้งหมดถูกจับข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และอั้งยี่”
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี พ.ศ.2566 มีคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หมายเลขโทรศัพท์ +689 19 1 โทรศัพท์หาผู้เสียหาย แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ อ้างพบบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของคนร้ายเพื่อตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีการวิดีโอคอลมาหาผู้เสียหายแสดงให้เห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตัวจริง ภายหลังผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปจำนวน 19 ครั้ง เป็นเงินรวม 927,982 บาท ภายหลังทราบว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความที่ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ของ บช.ก. ต่อมาจากการสืบสวนทราบว่าคดีนี้เป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องกันกับประเทศเพื่อนบ้าน ลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จึงเร่งรัดทำการสืบสวนหาตัวกลุ่มคนร้ายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 14 คน จากนั้นจึงปิดล้อมตรวจค้นจับกุม ได้จำนวน 11 ราย และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีก 1 ราย พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานโทรศัพท์มือถือและบัญชีธนาคาร เอาไว้ดำเนินคดีต่อไป

สอบสวน นายบี (นามสมมมติ) หนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ให้การว่า ตนไม่ได้ถูกบังคับไปทำงานแต่อย่างใด โดยทำงานอยู่ที่ตึกแห่งหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้าน มีหลายชั้นหลายห้อง ทุกห้องเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั้งหมด แต่ละห้องจะมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติทำงานอยู่ประมาณ 50 คน ซึ่งจะมีชายคล้ายชาวจีนเป็นผู้ควบคุมสั่งการ ส่วนกลลวงที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์แต่ละแก๊งใช้ก็จะแตกต่างกันไป เช่น ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน, หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ, หลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์, หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ, หลอกทางแอปหาคู่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังแบ่งหน้าที่ของพนักงานที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย เช่น ผู้ทำหน้าที่รับสมัครเหยื่อ, เป็นหน้าม้าคอยปั่นกลุ่มในแอปพลิเคชันไลน์เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ, รับสายจากเหยื่อ, ผู้ทำหน้าที่อาจารย์คอยแจกสคริปต์ให้ในทีม แล้วหลอกลวงเอาเงินจากเหยื่อ, ยิงแอดโฆษณาตามแอปโซเชียล, และผู้ดูแลเรื่องการเงิน เป็นต้น

นายบี ให้การอีกว่า ทุกแก๊งจะมีนายหน้าจัดหาบัญชีม้ามาให้นายทุน โดยรับซื้อบัญชีในราคา 5,500 บาท นายหน้าจะหักเงินไว้ 2,000 บาท, แบ่งให้บัญชีม้าที่รับจ้างเปิดบัญชี 2,000 บาท และจะใช้เงินส่วนที่เหลืออีก 1,500 บาทเพื่อเปิดบัญชี จากการตรวจสอบพบว่านายหน้าในคดีนี้มีการขายบัญชีของคนไทยไปแล้วกว่า 100 บัญชี
จากการตรวจสอบบัญชีของคนร้ายที่ใช้รับเงินในคดีนี้ พบด้วยว่าเกี่ยวพันกับคดีคอลเซ็นเตอร์อื่นๆ ที่มีแจ้งความไว้ในระบบรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กว่า 300 เคส ความเสียหายกว่า 110 ล้านบาท ก็จะได้ดำเนินการขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
