กองปราบทลาย "แก๊งควาย" ปลอมเป็นเศรษฐีนีตุ๋นเงินยายขายที่ดิน 10 ล้าน

กองปราบปรามเปิดปฏิบัติการเด็ดปีก "แก๊งควาย" มหากาพย์ 18 มงกุฎระดับตำนานที่ใช้มุกเดิม ๆ หลอกเหยื่อทั่วประเทศมานานกว่า 40 ปี ล่าสุดจัดฉากส่งสมุนปลอมเป็น "เศรษฐีนีหงส์" พกเงินฟ่อนตบตาลวงซื้อที่ดินคุณยายวัย 66 ปีที่หัวหิน ก่อนหลอกล่อเข้าบ่อนพนันกำถั่ว ตุ๋นเงิน 7 ครั้งสูญเงินเก็บก้อนสุดท้ายเกือบ 11 ล้านบาท เจ้าหน้าที่สืบสวนเชิงลึกตามรวบตัวคาเซฟเฮาส์เชียงใหม่และกรุงเทพฯ ได้ 6 ราย ผงะของกลางแบงก์ปลอมและอุปกรณ์จัดฉากอื้อ พร้อมกางบัญชีดำขึ้นทะเบียน 63 บุคคลอันตรายเฝ้าระวังทั่วประเทศ เล็งประสาน ปปง. ใช้กฎหมายฟอกเงินยึดทรัพย์ล้างโคตร
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่อาคารประชารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการบุกจู่โจมทลายเครือข่ายต้มตุ๋นระดับชาติ สามารถจับกุมผู้ต้องหาขบวนการ "แก๊งควาย" ได้จำนวน 6 ราย ในฐานความผิดหนักข้อหา “เป็นอั้งยี่, ซ่องโจร และร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์” พร้อมของกลางเงินสดกว่า 1 ล้านบาท ทองคำรูปพรรณ อาวุธปืน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และธนบัตรปลอมจำนวน 297 ใบ ที่กลุ่มคนร้ายใช้จัดฉากโชว์ความร่ำรวยเพื่อตบตาเหยื่อ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากมีหญิงผู้เสียหายสูงวัยอายุ 66 ปี ได้โพสต์ประกาศขายที่ดินในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ทำทีเข้ามาติดต่อขอซื้อและตีสนิทอย่างเป็นระบบ ก่อนจะเริ่มวางยาร้อยเล่ห์จัดฉากพายายไปรู้จักกับหนึ่งในผู้ต้องหาที่สมอ้างตัวเป็น "นางหงส์" โดยหลอกว่าเป็นเศรษฐีนีใจถึง พกเงินสดมาเต็มกระเป๋า และมีรสนิยมชอบเล่นการพนันกำถั่ว จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ร่วมกันแสดงละครชักชวนให้ผู้เสียหายมาร่วมลงทุนวางเงินเดิมพัน โดยมีการสอนเทคนิคกลโกงหลอกล่อจนผู้เสียหายหลงเชื่อ ยอมควักเงินสดมาร่วมเล่นพนันถึง 7 ครั้ง จนกระทั่งสูญเสียทรัพย์สินเงินเก็บไปจนเกลี้ยงรวมกว่า 10,080,000 บาท

หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.หัวหิน เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 แต่คดีติดหล่มเนื่องจากแก๊งคนร้ายมีการปกปิดตัวตนและใช้ชื่อปลอมตลอดเวลาจนยากแก่การระบุตัวตน กองกำกับการ 5 กองปราบปราม จึงรับช่วงต่อมาสืบสวนเชิงลึก จนกระทั่งเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้เปิดปฏิบัติการบุกจู่โจมตรวจค้น 2 จุดใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพฯ จนล็อกตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คนไว้ได้ โดยในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาบางรายยอมจำนนต่อหลักฐานรับสารภาพข้อหาร่วมกันฉ้อโกง แต่ยังปากแข็งปฏิเสธในข้อหาอั้งยี่และซ่องโจร

พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. กล่าวว่า ขบวนการนี้ทำมานานกว่า 15 ปี เล็งเหยื่อส่วนใหญ่ที่เป็นผู้สูงอายุเพื่อให้ยากต่อการจดจำใบหน้า รูปร่าง หรือพฤติกรรมในการระบุตัวตนกับตำรวจ ทำให้พวกมันหลุดรอดเงื้อมมือตรวจจับมาได้ตลอด หลังจากนี้ตำรวจจะเร่งขยายผลเกี่ยวกับมูลฐานความผิดในลักษณะร่วมกันฉ้อโกงเป็นปกติธุระ และทำรายงานส่งไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อชี้มูลความผิดข้อหาฟอกเงินและยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้มาจากการโกงชาวบ้าน

ขณะที่ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ เผยว่า "แก๊งควาย" เป็นศัพท์ท้องถิ่นของภาคใต้ที่ใช้เรียกกลุ่ม 18 มงกุฎต้มตุ๋นที่หลอกชาวบ้านมาเล่นการพนัน ซึ่งมีพฤติการณ์มายาวนานกว่า 40 ปี เดินสายหาเหยื่อทั่วประเทศและแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ล่าสุดกองปราบฯ ได้ขึ้นบัญชีดำจัดกลุ่มบุคคลเฝ้าระวังขั้นสูงสุดจำนวน 63 ราย ทั่วประเทศที่มีพฤติกรรมโยงใยแก๊งควาย โดยคนร้ายจะแยกตัวเป็นกลุ่มย่อยรุมหลอกเหยื่อคราวละ 1 คน ซึ่งคนชี้เป้าหรือหาเหยื่อได้จะได้ส่วนแบ่งก้อนโตสูงถึง 30% จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายรายอื่น ๆ ที่เคยถูกหลอกในลักษณะนี้ เดินทางมาเข้าแจ้งเบาะแสเพิ่มเติมเพื่อสยบขบวนการนี้ให้สิ้นซากต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
