กองปราบดักรวบสาวใหญ่กลางสนามบิน หลังพบเอี่ยวร่วมขบวนการแก๊ง “โรแมนซ์สแกม” ตุ๋นเงินอดีตผู้จัดการฝ่ายการเงินบริษัทดัง 6.2 พันล้านบาท


สืบเนื่องจากเมื่อประมาณ ปี 2562 ได้มีแก๊ง “โรแมนซ์สแกม” สัญชาติไนจีเรีย ทำทีตีสนิท น.ส.ชมานันทน์ (สงวนนามสกุล) อดีตผู้จัดการฝ่ายการเงินของบริษัทแห่งหนึ่งในเขิงชู้สาว ก่อนอ้างว่า ตัวเองว่าเป็นแพทย์ทหารสัญชาติอเมริกัน ประจำการอยู่ในประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อเห็นว่า น.ส.ชมานันทน์ เริ่มไว้ใจและตกหลุมรัก จึงออกอุบายว่า ได้รับเงินมรดกเป็นมูลค่ามหาศาล ต้องการจะโอนเงินมาให้ แต่ติดปัญหาบางอย่างจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงอยากให้น.ส.ชมานันทน์ ช่วยโอนเงินมาให้ก่อน พร้อมกับสร้างเรื่องราวต่างๆให้ดูน่าเชื่อถือ
ด้วยความไว้ใจ น.ส.ชมานันทน์ จึงตัดสินใจลักทรัพย์เงินของบริษัท โดยนำเงินของบริษัทโอนไปให้กับแก๊ง “โรแมนซ์สแกม” กลุ่มนี้จำนวนหลายครั้งรวมเป็นเงินกว่า 6.2 พันล้านบาท ก่อนจะถูกแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้เชิดเงินทั้งหมดหนีหายไป จนเป็นเหตุให้ตัวของ น.ส.ชมานันทน์ ถูกดำเนินคดี ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์” ปรากฎเป็นข่าวดังเมื่อหลายปีก่อน
อย่างไรก็ตามต่อมาตำรวจ กก.1 บก.ป. ได้มีการขยายผลต่อเนื่อง เพื่อกวาดล้างจับกุมแก๊งโรแมนซ์สแกมชาวไนจีเรียกลุ่มนี้ ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราว จนทราบว่า บัญชีธนาคารที่แก๊ง “โรแมนซ์สแกม” ชาวไนจีเรีย กลุ่มนี้ใช้รับโอนเงินจาก น.ส.ชมานันทน์ เป็นของ น.ส.อรทัย ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งเป็นภรรยาของชายชาวไนจีเรีย หนึ่งในสมาชิกแก๊งดังกล่าว ซึ่งหลังเกิดเรื่องได้หลบหนีไปทำงานอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย จึงรวบรวมพยานขออำนาจศาลออกหมายจับ กระทั่งต่อมาจะทราบว่า น.ส.อรทัย ผู้ต้องหารายนี้ กำลังจะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อเยี่ยมมาลูก โดยออกเดินทางจากประเทศมาเลเซีย มายังท่าอากาศยานหาดใหญ่ จ.สงขลา จึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ จนสามารถจับกุมตัว น.ส.อรทัย ได้ดังกล่าว

สอบสวน น.ส.อรทัย ให้การรับสารภาพว่า เมื่อปี 2560 ตนได้เดินทางไปทำงานที่ร้านนวดในประเทศมาเลเซีย และได้พบรักกับหนุ่มผิวสีชาวไนจีเรียผ่านการแนะนำของเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ก่อนจะถูกแฟนหนุ่มชาวไนจีเรีย หลอกให้เปิดบัญชีธนาคารให้ อ้างว่า เป็นชาวต่างชาติไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินในประเทศไทยได้ จึงยอมเปิดบัญชีให้หลายบัญชี โดยรับค่าตอบแทนในการเปิดบัญชีละ 6,500 บาท ก่อนจะมาทราบภายหลังว่าบัญชีธนาคารของตนเองถูกนำไปใช้รับโอนเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงผู้คน
เบื้องต้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
