001

001

พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามควบคุมตัว "อาจารย์ไพศาล" ผู้ต้องหาคดีลัทธิแก้กรรมนิมิตพิสดาร ส่งยื่นคำร้องฝากขังศาลอาญาผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัวอย่างเด็ดขาด แฉพฤติการณ์ส่อล่อลวงผู้เสียหายทำพิธีลามกอนาจารอ้างตำราโบราณ เผยของกลางตรวจค้นพบภาพและไฟล์คลิปวิดีโอผิดปกติซุกซ่อนจำนวนมาก หวั่นปล่อยตัวชั่วคราวจะไปข่มขู่เหยื่อและยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

(21 พฤษภาคม 2569) – ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก คณะพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผู้กำกับการ 4 บก.ป. ได้ดำเนินการคุมตัว นายไพศาล (สงวนนามสกุล) หรือที่รู้จักในศาสนพิธีลัทธิความเชื่อในชื่อ "อาจารย์ไพศาล" อายุ 67 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา เดินทางไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลเป็นผลัดแรก มีกำหนดระยะเวลา 12 วัน ในฐานความผิดร้ายแรงข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” และข้อหา “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา เพื่อการอนาจาร”

ในการยื่นคำร้องฝากขังครั้งนี้ ทางท้ายคำร้องของพนักงานสอบสวนได้ระบุข้อความแสดงการคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวหรือการประกันตัวของผู้ต้องหาอย่างเด็ดขาด เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง อีกทั้งผู้ต้องหามีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะซ้ำซ้อนอย่างต่อเนื่อง มีกลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อและเข้าแจ้งความไว้หลายราย ทางพนักงานสอบสวนจึงมีความกังวลว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว อาจเดินทางไปยุ่งเหยิงทำลายพยานหลักฐานทางเทคโนโลยี หรือมีพฤติการณ์ไปข่มขู่คุกคามกลุ่มผู้เสียหายจนส่งผลกระทบต่อรูปคดี

สำหรับคดีดังกราวดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนุมานกองปราบฯ ที่เปิดยุทธการ “ปิดฉากนักแก้กรรม นิมิตพิสดาร” นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายไพศาลได้ที่บ้านพักในพื้นที่จังหวัดลำพูน ภายหลังเพจอาสาสมัครช่วยเหลือสังคม “สายไหมต้องรอด” ได้นำพาผู้เสียหายจำนวน 2 ราย เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยระบุพฤติการณ์ว่าถูกผู้ต้องหาออกอุบายล่อลวงเข้าไปในห้องทำพิธีกรรมแก้กรรมละลายวิบากกรรมสองต่อสอง ก่อนจะบังคับให้กระทำพฤติกรรมทางเพศ สื่ออนาจาร โดยผู้ต้องหากล่าวอ้างกับเหยื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลวิธีแก้กรรมตามตำราพราหมณ์-ฮินดูโบราณ เพื่อรักษาอาการป่วยไข้เรื้อรัง

นอกจากนี้ ผลการตรวจค้นหาสิ่งของผิดกฎหมายภายในบ้านพักของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดวัตถุของกลางมาตรวจสอบได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วยหนังสือทำเนียบรุ่นของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เอกสารรวบรวมประวัติข้อมูลของพระสงฆ์และรายชื่อวัด ตลอดจนสมุดบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยและผู้เสียหาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลดิบในการแต่งเรื่องราวสร้างนิมิตลวงอดีตชาติเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ รวมถึงเจ้าหน้าที่ยังได้ทำการตรวจยึดไฟล์ภาพถ่ายและวิดีโอที่มีลักษณะลามกอนาจารอย่างรุนแรง (พฤติกรรมผิดธรรมชาติเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง) ที่ซุกซ่อนอยู่ในหน่วยความจำของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพื่อประกอบการสรุปสำนวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888