กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ถกยกระดับสิทธิผู้ต้องขัง

คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายรังสิมันต์ โรม, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี นำคณะ สส. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อศึกษาข้อมูลสวัสดิภาพ ความเป็นอยู่ และระบบสาธารณสุขของผู้ต้องขัง พร้อมถก ผบ.เรือนจำเพื่อวางกรอบการเตรียมความพร้อมก่อนคืนสู่สังคม ลั่นเตรียมตั้งอนุกรรมการชุดเฉพาะกิจขับเคลื่อนเชิงรุก ดันงบกองทุนยุติธรรมเอื้อสิทธิประกันตัวสู้คดี และเล็งรื้อข้อกฎหมายล้าสมัยเพื่อโอกาสผู้ก้าวพลาด

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ณ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วย คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ, นายปิยรัฐ จงเทพ รองประธานคณะกรรมาธิการ, นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองประธานคณะกรรมาธิการ และนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ได้ร่วมกันเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ปฏิบัติการลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและจัดเก็บข้อมูลในประเด็นกระบวนการยุติธรรมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อยกระดับสิทธิและการเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลของผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำ ตลอดจนโครงสร้างกระบวนการกลับคืนสู่สังคม

โดยคณะกรรมาธิการได้เข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่สำคัญ ประกอบด้วย แดนแรกรับผู้ต้องราชทัณฑ์, แดน 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ดูแลกลุ่ม 608 หรือกลุ่มผู้ต้องราชทัณฑ์ที่เป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงและเปราะบาง (ผู้ต้องราชทัณฑ์ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคประจำตัวใน 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง), แดน 8 ในส่วนงานฝึกวิชาชีพ, ส่วนงานสูทกรรมหรือโรงครัวผลิตอาหาร และสถานพยาบาลประจำเรือนจำ โดยคณะกรรมาธิการได้ประชุมหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกับ นายเกียรติกร ปัทมทัตต์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และข้าราชการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ

นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจว่า คณะกรรมาธิการได้เข้าตรวจสอบสวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังในหลากหลายประเภทคดี อาทิ คดียาเสพติด คดีทางการเมือง ผู้ต้องขังสูงวัย รวมถึงผู้ต้องขังชาวต่างชาติ ตลอดจนตรวจสอบความเหมาะสมของเมนูอาหารประจำวัน โดยคณะกรรมาธิการเล็งเห็นว่าผู้ต้องขังที่รับโทษจำคุกเป็นเวลานานอาจขาดโอกาสในการรับรู้กระแสข่าวสารข้อมูลของโลกภายนอก จึงเสนอ

แนะให้เรือนจำฯ เพิ่มเติมระบบกระจายข่าวสารให้ครอบคลุมเท่าทันสถานการณ์ เพื่อให้ผู้ต้องขังมีข้อมูลพื้นฐานในการออกไปใช้ชีวิตและประกอบอาชีพหลังพ้นโทษ นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญเรื่องการผลักดันการใช้ประโยชน์
จากเงินกองทุนยุติธรรมในการประกันตัวชั่วคราวเพื่ออกมาต่อสู้คดีภายนอก ซึ่งควรมีประสิทธิภาพและครอบคลุมมากกว่าที่เป็นอยู่ รวมทั้งการจัดหาแนวทางอำนวยความสะดวกในเรื่องเอกสารเพื่อใช้ประกอบการต่อสู้คดีระหว่างพิจารณา ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามหลักการนิติธรรม ทั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการได้เตรียมแต่งตั้ง "คณะอนุกรรมการกระบวนการยุติธรรมกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของผู้ต้องขังในเรือนจำ และกระบวนการกลับคืนสู่สังคม" โดยจะมีคณะทำงานร่วมขับเคลื่อน อาทิ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง, น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ และนายชัยชนะ เดชเดโช เป็นต้น

ขณะที่ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวเสริมว่า จากการตรวจเยี่ยมพบว่าเรือนจำฯ มีการบริหารจัดการระบบดูแลผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศได้เป็นอย่างดี โดยมีการจัดแบ่งพื้นที่สัดส่วนสำหรับผู้ที่ผ่านการแปลงเพศเรียบร้อยแล้วอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการเห็นพ้องร่วมกันในเรื่องข้อสังเกตเกี่ยวกับการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายหลายฉบับที่อาจเป็นอุปสรรค เพื่อเปิดโอกาสทางกฎหมายให้แก่ผู้ก้าวพลาดสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบสัมมาอาชีพในสังคมส่วนรวมได้อย่างปกติสุขหลังพ้นโทษ

ทางด้าน นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ระบุว่า ตนได้เข้าตรวจสอบกระบวนการของส่วนงานสูทกรรม พบว่าเรือนจำฯ มีการจัดการระบุรายละเอียดเมนูอาหารประจำเดือนไว้อย่างชัดเจน และมีการคัดแยกการปรุงอาหารตามหลักศาสนาฮาลาลสำหรับผู้ต้องขังชาวมุสลิมอย่างถูกต้อง ทว่ามีข้อสังเกตในส่วนของห้องสมุดประจำเรือนจำที่ยังขาดแคลนหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือเกี่ยวกับข้อกฎหมายและคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งผู้ต้องขังมีความประสงค์อยากให้อุดหนุนเพิ่มเติม เพื่อใช้ศึกษาทำความเข้าใจสิทธิและแนวทางการต่อสู้คดีของตนเอง รวมถึงต้องการให้มีความชัดเจนในระเบียบการขอใช้เงินกองทุนยุติธรรมอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
