กกท.ผนึก4หน่วยงานคลอดบันทึกความร่วมมือ"กีฬาไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า"

วงการกีฬาไม่ทนกับปัญหาการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน "การกีฬาแห่งประเทศไทย" ผนึกความร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร , สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร , มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ทำบันทึกข้อตกลง "กีฬาไทย ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า " ผู้ว่าการ กกท. ระบุ จะใช้ทุกแนวทาง เพื่อรณรงค์ต้านบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า นำร่อง "กีฬาเยาวชนแห่งชาติ" จะเป็นเวทีประกาศการต่อสู้สิ่งที่เป็นพิษภัยต่อสังคม
ที่โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) , ถิรชัย วุฒิธรรม นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร , ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ , นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และประกาศเจตนารมณ์ " กีฬาไทย ไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า " โดยมี วรวุฒิ พงษ์ธีระพล หัวหน้าส่วนผลิตข่าว และ บรรณาธิการบริหารอาวุโสข่าวกีฬา ททบ.5 และนายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย และ ศิริ สาระผล นายกสมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร , มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ , สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และหน่วยงานกีฬาต่าง ๆ เพื่อทำให้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือที่ลงนาม
เกิดการขับเคลื่อนจริง ด้วยการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ บทบาทหน้าที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้หน่วยงานภายใต้สังกัดดำเนินการจัดสถานที่ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 รวมไปถึงการสร้างความรับรู้เกี่ยวกับ หน้าที่ของนักกีฬาไทยทุกคนไม่สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเป็นต้นแบบของเด็กและเยาวชน ไม่ตกเป็นเหยื่อและเป็นทาสของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า

สนับสนุนให้พื้นที่หรือสถานที่ที่ใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬาทุกประเภท เป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ด้วยการติดสัญลักษณ์ห้ามสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าให้เห็นชัดเจน การประกาศเสียงตามสายตลอดระยะเวลาการแข่งขัน ห้ามใช้สถานที่ในการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า การติดตามผลการดำเนินงานสร้างค่านิยมไม่สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในหน่วยงานภายใต้สังกัด รวมถึงจะไม่รับทุนอุปถัมภ์หรือ CSR จากอุตสาหกรรมยาสูบทุกประเภท ตามข้อห้ามในมาตรา 35 พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560
z-z844670753176.webp)
."การรณรงค์ต่อต้านในประเด็นบุหรี่ไฟฟ้า ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย จะประกาศเป็นวาระสำคัญที่ต้องขับเคลื่อนเรื่องนี้ โดยใช้จังหวะของการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 ระหว่างวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม – วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน ที่จังหวัดชลบุรี รณรงค์ต่อต้านอย่างชัดเจน ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าแพร่ระบาดมากในเยาวชน การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติที่จะมีขึ้น จะเป็นเวทีสำคัญของการต่อสู้ในเรื่องนี้ และเป็นการนำร่องในการรณรงค์ ภารกิจของการกีฬาแห่งประเทศไทยจากนี้ไปคือ ทุกมหกรรมกีฬาต้องปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ย้ำว่าต้องเป็นไปในแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ หากพบว่ามีการฝ่าฝืนก็ต้องดำเนินคดีกับผู้ที่สร้างปัญหา การกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมจะเชื่อมประสานไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในวงการกีฬา เพื่อแสดงออกร่วมกันว่าไม่เอาบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ขณะเดียวกับสนามกีฬาทั่วประเทศที่อยู่ภายใต้การกีฬาแห่งประเทศไทย จะวางมาตรการบังคับใช้ว่าต้องเป็นพื้นที่ของการปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า " ดร.ก้องศักด ระบุ

.ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยว่า มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร และ สสส.จะร่วมรณรงค์ "การกีฬาไทยไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า " วงการกีฬา โดยเฉพาะนักกีฬาทุกคน มีบทบาทสำคัญในการเป็นแบบอย่างที่ดีที่ไม่สูบบุหรี่ทุกชนิด รวมทั้งบุหรี่ไฟฟ้า ต้องรณรงค์เรื่องนี้ให้แก่เด็กและเยาวชน ทั้งนี้ในอดีตบริษัทบุหรี่มีการใช้นักกีฬาเป็นสื่อบุคคลในการโฆษณาสินค้าบุหรี่ แต่กฎหมายทั่วโลกได้ห้ามการกระทำเช่นนี้แล้ว

.ขณะนี้มีการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างรุนแรงในนักเรียนทั่วประเทศที่อายุน้อยลงไปจนถึงชั้นประถมศึกษและการสำรวจพบอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของนักเรียนประถมปลาย - มัธยมต้น สูงถึง 20-30% จากหลาย ๆ การสำรวจ รวมทั้งเริ่มพบว่ามีวัยรุ่นสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมยาเสพติด เช่น ยาเค และยาซอมบี้ ในขณะที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้ทุกฝ่ายเร่งแก้ปัญหาการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียนอย่างเร่งด่วน ทั้งการปราบปรามแหล่งนำเข้าและขายบุหรี่ไฟฟ้าทุกช่องทาง รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรณรงค์ให้ความรู้แก่สังคม เด็กและเยาวชนถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า

รุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครจะส่งเสริมให้หน่วยงานด้านกีฬาทุกประเภทในสังกัดกรุงเทพมหานคร รณรงค์ให้นักกีฬาทุกคนไม่สูบบุหรี่ทุกประเภท รวมทั้งบุหรี่ไฟฟ้า และจัดสถานที่ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 และสนับสนุนการดำเนินงานของกรุงเทพมหานคร ในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เพื่อสร้างสุขภาวะในนักกีฬา และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร รวมถึงไม่รับทุนอุปถัมภ์หรือ CSR จากอุตสาหกรรมยาสูบทุกประเภท ตามข้อห้ามในมาตรา 35 พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 และสนับสนุนงานของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร ให้ร่วมบูรณาการกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักอนามัย และทุก ๆ สำนัก เพื่อเร่งการแก้ปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน

.นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า งานกีฬาควรเป็นพื้นที่ๆส่งเสริมสุขภาพและแรงบันดาลใจ ให้คนมาออกกำลังกาย การไม่มีบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น ไม่มีควันหรือกลิ่นรบกวน สำหรับนักกีฬาควรเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ซึ่งการไม่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และสนับสนุนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง อันตรายหรือพิษภัยจากบุหรี่ไฟฟ้าที่เห็นได้ชัดกับนักกีฬา คือผู้สูบอาจมีอาการเหนื่อยง่าย หายใจติดขัด ไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้ามีสารพิษ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ และโลหะหนัก ซึ่งอาจทำลายเซลล์ปอดและลดประสิทธิภาพในการหายใจ นักกีฬาที่ต้องใช้ความอึด เช่น นักวิ่ง นักฟุตบอล นักว่ายน้ำ อาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากปอดที่อ่อนแอลง นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าอาจทำให้หลอดเลือดหดตัว ส่งผลให้การไหลเวียนโลหิตลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้ช้าลง เป็นต้น
.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
