656(9)

656(9)
วันที่ 8 ม.ค.69 ที่สำนักงานคณะ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึง กรณีการปราศรัยของพรรคเพื่อไทยที่มีการใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ มีการพูดพาดพิงผู้สมัครพรรคการเมืองอื่น ว่าตามกฎหมายระบุว่าหากมีการใส่ร้าย พูดด้วยข้อความอันเป็นเท็จให้เกิดความเสียหาย หากพูดตามภาษาชาวบ้านคือคำด่า แต่จะเข้าข่ายเป็นการใส่ร้ายหรือไม่ต้องไปดูบริบทด้วย โดย กกต.กทม.ก็คงจะต้องไปถอดเทปและดูบริบท กกต.ไม่ได้ทิ้งทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะอยากให้บรรยากาศของการแข่งขันเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถึงจะมีความเข้มข้นก็ขอให้เป็นไปตามสภาพของการแข่งขัน ไม่ใช่การใช้ถ้อยคำหรือใช้กำลังเข้าข่ายผิดกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าอย่างนี้เข้าข่ายเป็นคำพูดหยาบคายหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่าตนไม่แน่ใจเพราะยังไม่ได้เห็นถ้อยคำ ซึ่งจริง ๆ คำพูดเช่นนี้ วิญญูชนเห็นก็คงรู้ว่าเป็นคำหยาบคาย มันจะผิดกฎหมายหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งจะต้องนำมาพิจารณาดู

นายแสวง ยังฝากไปถึงพรรคการเมืองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของกกต. และอยากฝากพรรคการเมืองร่วมรับผิดชอบให้สนามการแข่งขันดูสวยงามได้  ไม่ว่าพรรคการเมืองหรือผู้สมัครที่อาศัยมารับใช้ประชาชนควรจะเสนออะไร ส่วนคู่ต่อสู้อาจจะมีจุดอ่อนก็ว่าไปตามข้อเท็จจริง ตนเห็นว่าคงจะเป็นเช่นนั้นมากกว่า หากการพูดหรือการปราศรัยเกินกฎหมายก็เป็นความผิดอยู่แล้ว หากไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายก็เป็นการหมิ่นเหม่ที่จะทำให้บรรยากาศเสีย ซึ่งต้องนำมาดู

เมื่อถามว่าหากเป็นการพูดข้อเท็จจริง โดยนำพฤติกรรมในอดีตที่ปรากฏ digital footprint จะเข้าข่ายเป็นการความผิดหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า คำว่าใส่ร้าย คือ การพูดข้อความอันเป็นเท็จทำให้ได้รับความเสียหาย ถ้าเป็นความจริง ไม่เป็นความผิด ต้องมีการแยกระหว่างคดีอาญาหมิ่นประมาท ซึ่งการใส่ร้ายอาจจะไม่มีความผิดในกฎหมายเลือกตั้งก็ได้ เพราะในกฎหมายเลือกตั้งคือการใส่ร้าย ที่เป็น การจูงใจไม่ให้ลงคะแนนให้คนผู้สมัครหรือลงคะแนนให้ตัวเอง

ส่วนการนำความจริงในอดีตมาพูดในสถานการณ์ที่มีการเลือกตั้งอ่านส่งผลต่อคะแนนเสียงนั้น นายแสวงกล่าวว่าตนบอกว่าความจริงก็คือความจริงพูดได้ ไม่ใช่เป็นการใส่ร้าย แต่อาจจะหมิ่นประมาทได้ซึ่งเป็นคนละเรื่อง

เมื่อถามว่า กรณีแฟนคลับพรรคการเมืองหนึ่งมีการตัดต่อชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมน ตรีพรรคการเมืองหนึ่ง ไปใส่หมายเลขของอีกพรรคการเมืองหนึ่งจะเข้าข่ายมีความผิดมีความเชื่อมโยงต่อพรรคการเมืองหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ซึ่งกฎหมายมีมาตราเดียวที่ดูแลในเรื่องนี้คือการใส่ร้าย โดยต้องดูข้อเท็จจริงก่อนว่าใครเป็นคนทำ อาจจะมีทางผู้สมัคร หรือผู้ใดผู้สนับสนุนหรือผู้ใด ต้องมาดูข้อกฎหมายว่าการกระทำนั้นถึงเข้าองค์ประกอบความผิดกฎหมายหรือไม่ เช่นเดียวกับป้ายที่จังหวัดพิษณุโลก ก็ต้องดูว่าใครเป็นคนทำ ซึ่งในชั้นนี้รู้ตัวโรงพิมพ์ผู้รับจ้างผลิตแล้ว และต้องดูว่าโรงพิมพ์นั้นใครเป็นคนว่าจ้าง หลังจากนั้นก็ต้องมาดูว่าข้อความลักษณะปรากฏในป้ายใครเป็นผู้เสียหายหรือเข้าข่ายการใส่ร้ายแล้วหรือไม่

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888