003

003

ทั้งนี้สืบเนื่องจากนางสาว คนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ ต้องการโอนหุ้นที่ถืออยู่บางส่วนให้แก่นาย นพคล ธรรมนะ และนาง มัลลิการ์ ธรรมวัฒนะ แต่นางสาว ณฤมล ธรรมวัฒนะ และคณะกรรมการบริษัทวัฒนะ จำกัด ไม่อนุมัติการโอนหุ้นหุ้นดังกล่าว โดยอ้างสิทธิตามข้อบังคับของบริษัทข้อที่ 4  ที่ให้สิทธิคณะกรรมการสิทธิปฏิเสธไม่ให้ความยินยอมในการโอนหุ้นได้โดยไม่ต้องแสดงเหตุผล  ดังนั้นข้อบังคับดังกล่าวจึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี และขัดกับข้อกำหนดในพินัยกรรมของนาง สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ ผู้ก่อตั้งตลาดยิ่งเจริญ ที่อนุญาตให้ลูก ๆ โอนหุ้นระหว่างกันเองได้ แต่ห้ามในไม่ได้โอนหุ้นแก่บุคคลภายนอก โดยนางสาว คนึงนิตย์ และนายแทนทอง ธรรมวัฒนะ ถือหุ้นรวมกันเกิน 1 ใน 5 ของหุ้นในบริษัทฯ จึงร้องขอให้นางสาว ณฤมล และคณะกรรมการบริษัทฯ เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อแก้ไขข้อบังคับดังกล่าว แต่นางสาว ณฤมล ธรรมวัฒนะ, นาง กันจนิดา ตันติสุนทร,  นาย อริย ธรรมวัฒนะ และนางสาว ฐานิสรา มังกรพานิชย์ ซึ่งเป็นคณะกรรมการบริษัทฯ ประวิงการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นจนเกินกว่า 30 วัน ตามกฎหมายและได้ออกหนังสือเรียกประชุมอันเป็นเท็จ  ทั้งยังอ้างว่าคณะกรรมการได้มีการประชุมและลงมติให้เรียกประชุม โดยไม่มีการประชุมคณะกรรมการกันจริง อันเป็นการอ้างมติดณะกรรมการอันเป็นเท็จ ถือว่า นางสาวณฤมฤมล,นางกันจนิดา, นายอริย และนางสาวฐานิสรา กระทำการอันเป็นความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนบริษัทอันเป็นความผิดทางอาญา  ทำให้นางสาวคนึงนิตย์ นายแทนทอง ธรรมวัฒนะ นายนพดล  และนางมัลลิการ์ ได้รับความเสียหาย

 

10320

วันนี้ 8 ต.ค. เมื่อเวลา 10.50 น. ที่ ศาลแพ่ง ถนนรัขดาภิเษก นาย นพดล ธรรมวัฒนะ ได้เดินทางมาเข้ายื่นฟ้องเพิกถอนมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท สุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จำกัด เจ้าของตลาดยิ่งเจริญ ครั้งที่ 1/2567 ต่อศาลแพ่ง ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก น.ส.คนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ(น้องสาว)และนายแทนทอง(หลานลูกส.ส.ห้างทอง) ธรรมวัฒนะ เป็นโจทก์ที่1-2ตามลำดับ ฟ้องนส.ณฤมล ธรรมวัฒนะกับบ.สุวพีร์ ธรรมวัฒนะจำกัด  เป็นจำเลยที่1-2, ฐานเพิกถอนมติที่ประชุมบริษัทจำกัด ศาลรับไว้เป็นคดีดำที่4403/67 และสั่งให้โจทก์นำส่งหมายเรียกจำเลยต่อไป

คำฟ้อง มีใจความว่า บ.สุวพีร์ เป็นเจ้าของตลาดยิ่งเจริญ เมื่อ25มิย.ปี2567 โจทก์ที่1ทำหนังสือสัญญาโอนหุ้นในบ.สุวพีร์จำเลยที่2ให้ นายนพดล 368,482 หุ้น และให้นางมัลลิการ์ ธรรมวัฒนะ จำนวนเท่ากันโดยไม่มีค่าตอบแทน นายนพดลจึงแจ้งจำเลยให้ไปจดแจ้งชื่อนายนพดลในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น แต่จำเลยเพิกเฉย แต่วันที่11กค.67 จำเลยมีหนังสือประชุมกรรมการบ.สุวพีร์ เรื่องให้พิจารณาหนังสือทีาขอให้จดแจ้งชื่อนายนพดล แต่ตัวโจทก์ที่1ไปต่างประเทศ และได้รับแจ้งว่า ไม่มีการประชุมครั้งนั้นแล้ว

ซึ่งนส.ณฤมล และคณะกก.บริษัทสุวพีร์ ไม่อนุมัติการโอนหุ้นดังกล่าว โดยอ้างสิทธิตามข้อบังคับที่4 ที่ให้สิทธิ์คณะกก.ปฎิเสธ ไม่ให้ความยินยอมในการโอนหุ้นได้โดยไม่มีเหตุผล  จึงขัดต่อกฎหมายความสงบ และกฎหมายอื่นๆ ต่อมาโจทก์ทราบว่า มีการเรียกประชุมวิสามัญโดยไม่มีการออกหนังสือเรียกประชุม ทั้งยังอ้างว่ามีการประชุม และมีการลงมติให้เรียกแระชุม โดยไม่มีการประชุมกะนจริง จึงเป็นการอ้างมติที่ประชุมอันเป็นเท็จทำให้โจทก์เสียหา จึงขอให้เพิกถอนมติการประขุมครั้งที่1/67 ศาลรับฟ้องไว้สอบคำให้การและให้ส่งหมายเรียกจำเลยมายื่นคำให้การ

นายนพดลเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ฟ้องน.ส.ณฤมลมาแล้วเค้ารับหมายเรียกแล้วก็ยังเฉย ส่วนคดีนี้เป็นเรื่องการไม่ปฎิบัติตามข้อกำหนดในพินัยกรรม ซึ่งตนอาจเปรียบได้ว่าพินัยกรรมคือรัฐธรรมนูญ ที่ทุกคนต้องปฎิบัติตาม เมื่อมีการฝ่าฝืนเพื่อประโยชน์ตัวเองปัญหาก็ตามมา คดีก่อนที่ฟ้องไปวันที่27ก.ย.เป็นการฝ่าฝืนพินัยกรรมที่เขาไปโอนหุ้นให้บุคคลอื่น ซึ่งพินัยกรรมกำหนดว่าใครฝ่าฝืนให้ริบหุ้น ดังนั้นผลของการกระทำทั้งหมด จะมีการนำไปสู่คดีอาญาฐานปลอมเอกสาร และผิดตามพรบ.ห้างหุ้นส่วนที่มีโทษอาญา จะยื่นฟ้องที่ศาลอาญาวันที่ 10 ต.ค.นี้

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888