"ธีรยุทธ"พบพนักงานสอบสวนหลังจากที่ทักษิณฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทย้ำไม่ฟ้องกลับ

จากกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร ได้ส่งทนายแจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา กรณีที่นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่บริเวณหน้าศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวอ้างว่านายทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ร่วมกับกระทำการอันเป็นการใช้สิทธิ หรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิบโตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา
ล่าสุดวันนี้ (14 มกราคม 2567 ) นายธีรยุทธ มาพบพนักงานสอบสวนที่ สน.ทุ่งสองห้อง หลังจากที่ไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวน ตามหมายเรียกครั้งที่หนึ่งเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมาซึ่งในวันนี้ได้มีมวลชนมาให้กำลังใจนายธีรยุทธจำนวนมาก

นายธีรยุทธ เปิดเผยว่า วันนี้ตนมาพบพนักงานตามหมายเรียกกรณีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งนายทักษิณได้ฟ้องตน ซึ่งหลังจากนี้ตนก็จะไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและเตรียมพยานหลักฐานเข้ามาชี้แจงและทำตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
สำหรับในวันที่ 10 มกราคมที่ตนไม่ได้เดินทางมาที่ สน. ทุ่งสองห้องแห่งนี้เนื่องจากตนติดภารกิจอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมาและที่ลำพูนจึงไม่สามารถที่จะเข้าพบพนักงานสอบสวนได้ อย่างเมื่อคืนนี้ตนก็เพิ่งจะเสร็จภารกิจทางเหนือแล้วก็เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในตอนเช้าวันนี้
ถามว่าที่ไหนทักษิณมาฟ้องตนนั้นตนมีความกังวลใจหรือไม่ยอมรับว่าไม่มีความกังวลใจใดๆ เพราะว่าในกรอบการทำงานเชื่อว่าทุกคนได้เห็นการทำงานของตนมาบ้างแล้วซึ่งตนยึดในเรื่องความจริง รวมถึงพยานหลักฐานต่อศาลและข้อชี้แจงต่างๆที่ปรากฏอยู่ในคำร้องเป็นชุดเอกสารหรือชุดทำโทษจากนักวิชาการหรือจากการที่สื่อสารมวลชนได้มีการเผยแพร่ไว้มันเป็นความจริงที่อยู่ในสังคม ส่วนข้อกังวลตนไม่มีเพราะว่ามันเลยจุดนั้นมาแล้วในช่วงแรกที่กังวลก็คิดว่าเขาจะฟ้องอะไร จะฟ้องแบบไหนซึ่งตนก็กังวลอยู่เพียงเท่านี้

แต่ส่วนที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาตนไม่ได้กังวลรวมถึงได้พูดคุยกับผู้ที่มีความรู้และมีผู้ที่จะเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องนี้กับตน ซึ่งอาจจะเป็นพยานบุคคลเข้ามาช่วยพูดให้กับตนในชั้นศาล
ถามว่าการที่นายทักษิณมาฟ้องตนในครั้งนี้มองว่าเป็นการฟ้องเพื่อปิดปากหรือไม่นั้น ตนมองว่า มันก็อยู่ที่ความเห็นของประชาชนเพราะถึงแม้ว่าตนนั้นจะทราบว่ามันเป็นสิทธิ์ที่เขากล่าวหา แต่หลายๆท่านเท่าที่ตนฟังข่าว เขาก็มองว่าใช้สิทธิ์ในลักษณะนี้มันเหมือนกับเป็นการส่งสัญญาณปิดกั้นการใช้สิทธิ์ของประชาชนโดยส่วนหนึ่ง ซึ่งก็อาจจะมีแนวโน้มบ้างแต่ก็ก็ยังไม่ชี้ชัดถึงขั้นการปิดปาก
ถามว่าหลังจากที่มาพบพนักงานสอบสวนแล้วตนจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้นจะฟ้องกลับนายทักษิณหรือไม่นั้น ตนยืนยันว่าไม่ฟ้องกลับ เพราะ ตอนนั้นที่ตนกังวลก็เพียงว่าถ้าเขาฟ้องตนว่าตนฟ้องเท็จ ตนอาจฟ้องกลับเขา แต่ว่าเค้าเลือกใช้สิทธิ์ในข้อหามีประมาทตนก็แค่แก้ในส่วนของวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็เดี๋ยวจะต้องดูในส่วนของบริบูรณ์ต่างๆที่จะประกอบการไปข้างหน้าอีกเท่านั้นเอง
ถามว่าตนอยากจะฝากบอกอะไรกับนายทักษิณ ตนคงไม่เพราะว่าเขาอยู่สูงเขาเป็นถึงอดีตนายก ที่มีความสำคัญต่อประเทศซึ่งตนไม่ก้าวล่วงที่จะฝากอะไรเขา

สำหรับตัวนี้ในคราวนี้เพื่อที่จะสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบรับฟังและติดตามดูในส่วนของบริบทในการทำงานเพื่อรับทราบข้อเท็จจริงเพราะว่าตนนั้นยืนอยู่บนความเป็นห่วงของบ้านเมืองที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้งเท่านั้นเองโดยให้เรารู้ว่าความซื่อสัตย์สุจริตและความเป็นห่วงบ้านเมืองที่ยืนอยู่ตรงนี้จะเป็นเกราะป้องกันและคุ้มภัยให้ตนได้หรือไม่ คงอยู่ที่บารมีของศาลถ้าอัยการจะเมตตาหรือไม่
สำหรับที่ก่อนหน้านี้ได้มีหลายกลุ่มออกมาเคลื่อนไหว เรื่องนายทักษิณเกี่ยวกับในเรื่องของเวชระเบียนการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจนั้น ตอนนี้ตนก็ได้ให้กำลังใจร่วมอยู่ทุกวันและรับทราบข่าวสารจากทุกท่านอยู่ซึ่งหลายหลายท่านได้สอบถามเรื่องเวชระเบียนก็ถ้าเวชระเบียนช่วงนี้มีไปปรากฏขึ้นที่ ปปช. มันก็จะง่ายต่อหมายเรียกแล้วก็จะมีการขออำนาจศาล
ซึ่งจากประสบการณ์โดยตรงของตนที่ได้มีการทำคดีเกี่ยวกับในเรื่องของอาญาทุจริตไปบ้างแล้วในคราวนั้นทาง ปปช. จะส่งสำนวนการสอบสวนซึ่งมันเป็นสำนวนความลับทั้งหมดประมาณ 10 ลังส่งมาถึงศาลอาญาทุจริตเราก็จะได้มีการตรวจสอบตรงนั้น ว่าในนั้นมีอะไรใครไปให้กันแล้วบ้างกรณีที่ทางคณะกรรมการสิทธิ์ได้เรียกพยานบุคคลหรือพยานเอกสารไปบ้างแล้วมีอะไรบ้างตรงนี้ตนก็มีโอกาสได้เห็นประมาณนี้
สำหรับกรณีที่ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ แต่ทางพรรคเพื่อไทยจะมีการฟ้องกลับอันนี้ตนได้คิดไว้หรือยังซึ่งตนมองว่าอันนั้นมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา ซึ่งมันเป็นการใช้สิทธิ์กันตนก็มีหน้าที่เพียงแค่เตรียมตัวชี้แจงต่อสู้ในชั้นอัยการ
ยืนยันว่าไม่มีการฟ้องกลับนายทักษิณและ ย้ำว่าสิ่งที่ตนทำนั้นทำอยู่บนความซื่อสัตย์สุจริตที่จะตรวจสอบในการใช้สิทธิ์ซึ่งในมาตรา 49คำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้สิทธิ์ของประชาชนในการร้องขอให้ศาลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบดังนั้นเมื่อมันอยู่บนคำว่าการตรวจสอบก็ไม่ได้หมายความว่าใครจะผิดหรือใครจะถูกเพราะว่าอยู่บนหลักการของการตรวจสอบเท่านั้นเอง
สำหรับวันนี้ที่ประชาชนให้กำลังใจกับตนนั้นยอมรับว่าตนเพิ่งเข้าใจในวันนี้ว่ากำลังใจนั้นมันสำคัญรวมถึงขอบคุณทุกท่านที่กรุณาสละเวลามาให้กำลังใจหรือหลายหลายท่านที่ให้กำลังใจอยู่ที่บ้านตนก็ได้เห็นจากคอมเม้นต์ในไทยข่าวทั้งหลายจนก็ได้อ่านบ้างก็ขอขอบคุณทุกท่านที่มาให้กำลังใจกับตนแค่นี้พอ
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
