"ชัชชาติ" สั่งปูพรมตรวจสถานบันเทิงทั่วกรุง! ผงะเจอสิ่งกีดขวางทางหนีไฟในโรงเบียร์ลาดพร้าว
z-z1699998213934.webp)
"ชัชชาติ" สั่งปูพรมตรวจเข้มสถานประกอบการทั่วกรุง หลังเกิดโศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ซอย 1 พบต้นเพลิงลุกลามรวดเร็วและมีสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ ด้าน ผอ.เขตจตุจักร ยันร้านเกิดเหตุมีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้อง แต่อยูนอกโซนนิ่งสถานบันเทิง เตรียมหารือปรับปรุงกฎหมายโซนนิ่งและมาตรฐานความปลอดภัยให้ครอบคลุมสถานคล้ายบริการทั่วเมือง

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แถลงความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ซอย 1 ว่า ขณะนี้ กทม. ยังคงเปิดศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมระบุว่าจากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบต้นเพลิงเริ่มจากบริเวณหน้าเวทีและลุกลามสู่เพดานอย่างรวดเร็ว โดยพบอุปสรรคสำคัญคือการนำโต๊ะขายสินค้าและกล่องเครื่องดื่มมาวางกีดขวางทางหนีไฟบริเวณห้องครัว อีกทั้งยังไม่พบป้ายเตือนทางหนีไฟชัดเจน ซึ่งอาจถูกเพลิงไหม้ทำลายไป อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจความปลอดภัยของเขตจตุจักรเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ไม่พบปัญหาเรื่องทางหนีไฟหรือไฟฉุกเฉิน คาดว่าสิ่งกีดขวางเพิ่งถูกนำมาวางในภายหลัง

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงมาตรการเร่งด่วนว่า ได้สั่งการให้ทุกเขตปูพรมสุ่มตรวจสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการทั่วกรุงเทพฯ โดยนำบทเรียนจากเหตุการณ์ซานติก้าผับมาปรับปรุงเช็กลิสต์ความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้น รวมถึงเตรียมหารือเรื่องการขยายโซนนิ่งสถานบริการจากปัจจุบันที่มีเพียง พัฒนพงษ์, อาร์ซีเอ และสีลม ให้สอดคล้องกับสภาพเมืองที่เปลี่ยนไป พร้อมบังคับใช้กฎหมายครอบคลุมถึงสถานคล้ายบริการอย่างเคร่งครัด ส่วนประเด็นที่เจ้าของร้านอาจเคยมีประวัติเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันในต่างจังหวัด กทม. อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ด้าน นายประสาท โพธิ์ศรีมาตย์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร ยืนยันว่าสถานประกอบการดังกล่าวได้รับใบอนุญาตจำหน่ายอาหารและสถานที่จำหน่ายอาหาร รวมถึงใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทการแสดงดนตรีและการเต้นรำถูกต้องจากหน่วยงานท้องถิ่น แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวนอกโซนนิ่งสถานบันเทิง จึงไม่สามารถเปิดเป็นสถานบริการเต็มรูปแบบได้ ทั้งนี้ กทม. ได้เร่งดำเนินการเยียวยาผู้ประสบภัยตามเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล (ผู้ป่วยในไม่เกิน 4,000 บาท/ผู้ป่วยนอกไม่เกิน 2,000 บาท) เงินปลอบขวัญ 2,300 บาท และกรณีเสียชีวิต ค่าจัดการศพ 29,700 บาท (หากเป็นหัวหน้าครอบครัวรับเพิ่มอีก 29,700 บาท) โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือญาติอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
