TEI เปิดเวทีถอดรหัสปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมไทย ชี้ต้องเร่งปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและการมีส่วนร่วมของชุมชน

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 33 ปี เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้หัวข้อ “มลพิษสิ่งแวดล้อม: ปัญหาเดิม จะก้าวข้ามอย่างไร” สะท้อนความท้าทายจากปัญหาฝุ่น PM2.5 ขยะมูลฝอย น้ำเสีย และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเสนอแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและเสริมบทบาทชุมชนเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

ที่ห้องอัศวิน แกรนด์ บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thailand Environment Institute : TEI) จัดงานสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 33 ปี ภายใต้หัวข้อ “สิ่งแวดล้อมโลก สิ่งแวดล้อมไทย : ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด”

พร้อมเปิดเวทีเสวนาเรื่อง “มลพิษสิ่งแวดล้อม : ปัญหาเดิม จะก้าวข้ามอย่างไร” เพื่อสะท้อนสถานการณ์ปัญหามลพิษที่ประเทศไทยยังคงเผชิญอยู่ในปัจจุบัน และร่วมกันหาแนวทางรับมืออย่างเป็นรูปธรรม ภายในเวทีเสวนา ได้มีการหยิบยกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโอกาสและการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระดับโลก
z-z1022305500506.webp)
โดยเน้นการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ เปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต การบริหารจัดการของเสีย และการลดมลพิษจากแหล่งกำเนิด
0z-z1737773752671.webp)
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ โอกาสและการปรับตัวของภาคชุมชนและภาคเกษตรกรรม ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการจัดการขยะและน้ำเสียในชุมชน รวมถึงการส่งเสริมเครือข่ายชุมชนให้มีบทบาทในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ผ่านความร่วมมือของประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ ผู้ร่วมเสวนาเห็นพ้องกันว่า ปัญหามลพิษในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเดิมที่เกิดขึ้นซ้ำซาก แต่กำลังพัฒนาไปสู่ความท้าทายรูปแบบใหม่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขยายตัวของเมือง และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
z-z1302917763581.webp)
สำหรับปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ กรุงเทพมหานคร และเมืองขนาดใหญ่ แม้ภาครัฐจะดำเนินมาตรการควบคุมอย่างต่อเนื่อง แต่การแก้ไขปัญหาในระยะยาวยังจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการติดตามแหล่งกำเนิดมลพิษ และการสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้ภาคเกษตรลดการเผาในพื้นที่การเกษตร
0z-z803176055481.webp)
ขณะเดียวกัน ปัญหาขยะมูลฝอยยังคงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ แม้หลายพื้นที่จะเริ่มดำเนินมาตรการคัดแยกขยะและส่งเสริมการรีไซเคิล แต่ยังคงมีข้อจำกัดทั้งด้านงบประมาณ โครงสร้างพื้นฐาน และพฤติกรรมของผู้บริโภค ส่งผลให้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้จำนวนมากยังถูกกำจัดไปพร้อมกับขยะทั่วไป
เวทีเสวนายังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันลดมลพิษ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต
#TEI #สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย #สิ่งแวดล้อมไทย #มลพิษสิ่งแวดล้อม #PM25 #คุณภาพอากาศ #ขยะมูลฝอย #การจัดการขยะ #น้ำเสียชุมชน #CircularEconomy #เศรษฐกิจหมุนเวียน #สิ่งแวดล้อมยั่งยืน #ClimateChange
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
