DSI ทลายแก๊งนอมินีสมุย-พะงัน พบที่ตั้งเดียวจดทะเบียน 100 บริษัทถือที่ดินพันล้าน
z-z440276424683.webp)
DSI ผนึกกำลังลุยทลาย “เครือข่ายนอมินี” ต่างชาติ บนเกาะสมุย-เกาะพะงัน เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง 5 เป้าหมายใหญ่ ขยายผลธุรกิจจีน-อิสราเอล พบพฤติการณ์จดทะเบียน 101 บริษัทในที่ตั้งเดียวเพื่ออำพรางการถือครองที่ดินมูลค่ารวมนับพันล้าน พร้อมเร่งตรวจสอบผู้ถือหุ้นไทยเข้าข่ายผิดกฎหมายต่างด้าวหรือไม่

วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 10 ก.ค.69 พล.ต.ท.อุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดี DSI รวมถึง พ.ต.ท.ชาญชัย ลิขิตคันทะสร ผู้อำนวยการกองคดีความมั่นคง และคณะพนักงานสอบสวน ร่วมกับหน่วยงานบูรณาการ ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี, ตม.จว.สุราษฎร์ธานี, ตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย และ สภ.บ่อผุด เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ อ.เกาะสมุย และ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อกวาดล้างความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่งข้อมูล 34 บริษัทต้องสงสัยที่มีพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทน (Nominee) หลีกเลี่ยงกฎหมาย ให้ DSI ดำเนินการตรวจสอบ โดยจากการเข้าตรวจค้น 5 เป้าหมายสำคัญ พบพฤติการณ์ที่น่าสนใจ ดังนี้:
1.เครือข่ายจีนพัฒนาวิลล่าหรู: พบกลุ่มบริษัททำโครงการวิลล่าหรูบนพื้นที่กว่า 14,000 ตร.ม. ถือครองที่ดิน 15 แปลง (รวม 98 ไร่) มูลค่าที่ดินกว่า 1,567 ล้านบาท รวมโครงการและสินทรัพย์ในเครือมีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท เงินหมุนเวียนเกือบ 2,000 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ยึดเอกสารสำคัญเพื่อขยายผล
2.สำนักงานกฎหมายนอมินี: เกี่ยวข้องกับคดีพิเศษที่ 94/2569 พบพฤติการณ์ใช้ที่ตั้งสำนักงานแห่งเดียวจดทะเบียนนิติบุคคลกว่า 103 บริษัท โดยมีถึง 101 บริษัทที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 795 ล้านบาท คาดใช้บุคคลใกล้ชิดถือหุ้นแทนต่างชาติ
3.เครือข่ายอิสราเอลบนเกาะพะงัน: พบการตั้งศูนย์บำบัด-โยคะและที่พัก มีบริษัทในเครืออย่างน้อย 5 แห่ง สินทรัพย์รวมกว่า 100 ล้านบาท กำลังตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมและสุขภาพ
4.ธุรกิจโรงแรมหรูเกาะสมุย: บริษัททุนจดทะเบียน 45 ล้านบาท ถือครองที่ดิน 2 ไร่ 2 งาน แต่มีสินทรัพย์มูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านบาท DSI กำลังสอบที่มาของแหล่งเงินและตรวจสอบว่าผู้ถือหุ้นไทยมีความสามารถทางการเงินจริงหรือไม่
5.ธุรกิจรีสอร์ตและให้เช่าที่พัก: มีสินทรัพย์กว่า 330 ล้านบาท ถือครองที่ดินหลายแปลง พบการใช้ที่ตั้งเดียวกับบริษัทในเครือ 6 แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นถือครองที่ดินเพิ่มเติมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI ยืนยันว่า ปฏิบัติการนี้มุ่งเน้นดำเนินคดีกับกลุ่มที่ใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย ไม่ได้มุ่งเป้าสู่นักลงทุนสุจริต โดย DSI จะเร่งขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับ เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ และดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
