“อ.เดชา”กลับไทยแล้ว!จ่อพบ“ปปส.”สงสัยถูกกลุ่มทุนกลั่นแกล้งปมครอบครองกัญชา

“อ.เดชา” กลับถึงไทยแล้ว ยันไปพบ “ป.ป.ส.” 11 เม.ย.นี้ ตั้งข้อสงสัยถูกบุกค้น “มูลนิธิขวัญข้าว” อาจเป็นการกลั่นแกล้งจากกลุ่มทุน ทั้งที่อยู่ระหว่างเตรียมยื่นเรื่องขอนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชาก่อนกำหนด
จากกรณีตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 7 เข้าตรวจยึดกัญชาและสารสกัดกัญชาจากมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งมีนายเดชา ศิริภัทร เป็นประธานมูลนิธิ และจับกุมนายพรชัย ชูเลิศ หรือ อ.ซ้ง เจ้าของมูลนิธิฯ ในข้อหา ผลิตและครอบครองกัญชาโดยมิได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะได้รับการประกันตัวในวงเงิน 5 แสนบาท จากนั้น ศาลได้อนุมัติปล่อยตัว นายพรชัย ชั่วคราว และจะมีการแจ้งข้อหาเดียวกันต่อนายเดชา ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00น.วันที่ 10 เม.ย.62 ที่อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ สนามบินดอนเมือง นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เดินทางกลับจากกรุงเวียงจันทร์ สปป.ลาว สู่ประเทศไทย โดยมีประชาชนรอให้การต้อนรับและมอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจ โดย นายเดชา เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิขวัญข้าวไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแจกจ่ายกัญชารักษาโรค ตนเป็นคนเดียวที่รับผิดชอบ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเอกสาร เพื่อยื่นเรื่องขอนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชาตามที่มีการกำหนดให้ยื่นได้จนถึงวันที่ 19 พ.ค.นี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้อ้างเหตุจับกุมว่า ตนไม่ใช่หมอพื้นบ้าน ซึ่งเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการคุ้มครองและอนุญาตให้ใช้ยากัญชารักษาโรคได้ตามกฎหมาย ทั้งที่ตนมีเอกสารรับรองจากมูลนิธิสุขภาพไทยที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายหมอพื้นบ้านทั่วประเทศ อีกทั้งตนยังเคยได้เขียนบทความบนเว็บไซต์มานานนับ 10 ปี และเป็นที่รู้จักของประชาชน ตนยืนยันว่า ยากัญชามีความปลอดภัย ที่ผ่านมาได้แจกจ่ายกับคนไข้อย่างเป็นระบบ มีการซักถามประวัติกับผู้ป่วยกว่า 5,000 ราย ไม่พบความผิดปกติหรืออันตรายแต่อย่างใด
นายเดชา เปิดเผยอีกว่า เรื่องการยื่นนิรโทษกรรม ต้องมีหลักฐานครอบครองกัญชา แต่กัญชากลับถูกตำรวจยึดไปหมดแล้ว ไม่ทราบว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่จึงเข้าบุกค้นบ้านพัก และแจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่มูลนิธิขวัญข้าว ตนมองเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและมีพิรุธ จึงตั้งข้อสงสัยว่า อาจเป็นการกลั่นแกล้งจากกลุ่มทุนหรือไม่ ทั้งนี้ ในเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 11 เม.ย.นี้ ตนและทีมทนายความจะเดินทางไปแสดงตัวต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ถนนดินแดง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อกำหนดนัดหมายวันเข้าพบรับทราบข้อกล่าวหา และปรึกษาทีมทนายให้ดำเนินการเรื่องกฎหมาย นอกจากนี้หากพบว่าเจ้าหน้าที่ที่บุกเข้าค้นปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็จะแจ้งความดำเนินคดีกลับ
นายเดชา เปิดเผยด้วยว่า กรณีที่มีสื่อบางสำนักเสนอข่าวว่าตนเปิดมูลนิธิปลูกข้าวบังหน้า แต่แท้จริงแล้วปลูกกัญชานั้น ตนต้องการให้เร่งทำเอกสารขอโทษอย่างเป็นทางการภายใน 5 วัน มิฉะนั้นจะดำเนินการแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทโดยซึ่งหน้า อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณนายอนุทิน ชาญวีรกุล พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และผู้สนับสนุนการต่อสู้คดีของตน และนายพรชัย ทุกๆ คน รวมถึงอีกหลายท่านที่ไม่อาจกล่าวได้ทั้งหมด
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
