ข่าวเจาะลึก1(13)
ข่าวเจาะลึก 1 (13)

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ลั่นฝ่ายค้านขอเวลา 5 วัน ซักฟอก 18 รมต. ให้รอบด้าน ซัดรัฐบาลอย่ามองสภาเป็นแค่พิธีกรรมและสงสัยทำไมอยากลดเวลาชี้แจง พร้อมลุยทำหน้าที่ตรวจสอบเข้มข้น

วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เมื่อเวลา 13.16 น. ที่อาคารรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงภาพรวมการจัดสรรเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลรวม 18 คน ตามญัตติที่ฝ่ายค้านได้ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยยืนยันว่าพรรคฝ่ายค้านได้หารือร่วมกันและมีความเห็นตรงกันว่า จำเป็นต้องใช้เวลาในการอภิปรายประมาณ 5 วัน เพื่อให้สามารถครอบคลุมเนื้อหาสาระและข้อมูลของรัฐมนตรีทั้ง 18 คนได้อย่างถี่ถ้วน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ทางฝ่ายรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีระบุถึงความจำเป็นเรื่องข้อจำกัดด้านเวลาและภารกิจต่างประเทศ ว่า ญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจถือเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้าน จึงไม่ควรกำหนดกรอบเวลาโดยขึ้นอยู่กับความสะดวกของรัฐบาลแต่ฝ่ายเดียว สภาสามารถบริหารจัดการเวลาในกรอบประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างเต็มที่ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

ต่อข้อซักถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเสนอให้ปรับเพิ่มเวลาให้กับฝ่ายค้านด้วยวิธีการลดเวลาชี้แจงของฝั่งรัฐมนตรีลงนั้น นายอภิสิทธิ์แสดงความสงสัยอย่างยิ่งว่า “ทำไมรัฐบาลถึงอยากจะลดเวลาการชี้แจงของตัวเอง” พร้อมทั้งเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีกลับไปทบทวนทัศนคติ เนื่องจากที่ผ่านมามีการกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในลักษณะด้อยค่ากระบวนการทางสภามาโดยตลอด ราวกับมองเป็นเพียงพิธีกรรมที่ต้องปล่อยให้ผ่านไป ทั้งที่ความจริงแล้วประชาชนและ สส. ทุกฝ่ายควรได้รับฟังข้อมูลและการชี้แจงอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจลงมติ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงแนวทางของฝ่ายค้านว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้วางตัวบุคคลและเตรียมข้อมูลมุ่งเน้นอภิปรายรัฐมนตรีเป้าหมายหลักประมาณ 4 ถึง 5 คน ขณะที่พรรคประชาชนมีความพร้อมอภิปรายรัฐมนตรีครบทั้ง 18 คน ซึ่งการจัดสรรเวลาจะต้องเปิดโอกาสให้ทุกพรรคได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมเตือนว่าหากรัฐบาลเลือกที่จะหลบเลี่ยงการชี้แจงและหวังพึ่งเพียงแค่การยกมือลงมติให้ผ่านพ้นไป ก็จะเป็นการยืนยันชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความเคารพต่อกระบวนการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนกระแสข่าวการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการควบรวมพรรคระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมหลังจบศึกซักฟอกนั้น นายอภิสิทธิ์มองว่าเป็นเรื่องปกติของการเมือง พร้อมชี้แจงในแง่กฎหมายว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปัจจุบันไม่ได้เปิดช่องให้ควบรวมพรรคการเมืองได้โดยตรง เว้นแต่จะใช้วิธีการลงมติขับสมาชิกออกจากพรรคเดิมเพื่อย้ายสังกัดพรรคใหม่เหมือนในอดีต พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888