“อนุทิน” ย้ำกรอบ 27-30 ต.ค. เหมาะสมศึกซักฟอก มอบ “ภราดร” ถกวิป 3 ฝ่ายยืดหยุ่นเวลา ปัดตอบปมควบรวม “ภูมิใจไทย-กล้าธรรม” รอหลังลงมติค่อยว่ากัน
z-z1582212707832.webp)
นายกฯ อนุทิน เผยกรอบซักฟอก 27-30 ต.ค. เหมาะสมที่สุดเพราะรัฐมนตรีไม่ติดบินไปต่างประเทศ พร้อมมอบ "ภราดร" ถกวิป 3 ฝ่ายเพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้าน ส่วนปมควบรวมพรรคและปรับ ครม. ลั่นให้รอดูปมลงมติดีกว่า
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกำหนดกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า ในวันนี้ทางวิป 3 ฝ่ายจะมีการหารือร่วมกัน โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้ นายภราดร ปริศนานทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนเข้าร่วมเจรจา
ชี้กรอบ 27-30 ต.ค. เหมาะสมที่สุด-พร้อมเพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้าน:
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเสนอของรัฐบาลในการกำหนดกรอบวันอภิปรายคือช่วงระหว่างวันที่ 27 - 30 ตุลาคม 2569 เนื่องจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้ง 18 คน จะไม่ติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ หากพ้นจากช่วงเวลานี้ไปแล้ว ตนมีกำหนดการเดินทางไปประชุมระดับนานาชาติ ทั้งการประชุมอาเซียน และการประชุมเอเปก รวมถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดอุดรธานี งานมหกรรมพืชสวนโลก และต้องเตรียมซักซ้อมพระราชพิธีต่างๆ
ดังนั้น ช่วงวันที่ 27-30 ตุลาคม จึงเป็นช่วงเวลาที่รัฐมนตรีทุกคนจะสามารถมานั่งฟังและช่วยกันชี้แจงข้อซักถามได้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้ เชื่อว่าทุกฝ่ายมีเหตุผลและสามารถยืดหยุ่นกันได้ หากไม่สามารถเลื่อนวันอภิปรายออกไปได้ ทางรัฐบาลก็พร้อมที่จะปรับเพิ่มสัดส่วนเวลาในการอภิปรายให้กับฝ่ายค้านแทน โดยเน้นย้ำว่าการชี้แจงควรเน้นเนื้อหาที่ตรงประเด็น ถามมาอย่างไรตอบไปอย่างชัดเจนพร้อมแสดงหลักฐาน โดยไม่ต้องยืดเยื้อจนออกนอกทะเล
ปัดตอบกระแสข่าวควบรวม “ภูมิใจไทย-กล้าธรรม” และปรับ ครม.:
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์ว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รวมถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีและการดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมรัฐบาลหรือควบรวมกับพรรคภูมิใจไทย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “ยังไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจเลย และยังกำหนดวันไม่เสร็จ”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงความเป็นไปได้ในการควบรวมพรรคระหว่างพรรคกล้าธรรมและพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวย้ำชัดเจนว่า “เอาทีละขั้นตอน ขอรอให้กำหนดวันมาฟังการอภิปราย และลงมติก่อนค่อยว่ากัน” และเมื่อถูกถามต่อถึงรายงานข่าวลือดังกล่าว นายกฯ ได้ย้อนถามสื่อมวลชนกลับด้วยรอยยิ้มว่า “ใครรายงาน ถ้าผู้สื่อข่าวรายงานก็ไปถามกันเอง”
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
