ข่าวเจาะลึก1(27)
ข่าวเจาะลึก 1 (27)

"อ.ตฤณห์" แจ้งความมูลนิธิ "บุ๋ม ปนัดดา" ปมเงินบริจาคน้ำท่วมหาดใหญ่! นักอาชญาวิทยาเข้าพบ ปอศ. ลั่นเงินของตนเองบาทเดียวก็มีสิทธิ์ตรวจสอบและแจ้งความ จี้ตำรวจเร่งเช็กเส้นทางการเงิน ชี้อาจเข้าข่ายอาชญากรรมคอปกขาว

428531_0

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ผ่านมา ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) อาจารย์ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาชื่อดัง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมี นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” เป็นผู้บริหารมูลนิธิฯ

970188_0

อาจารย์ตฤณห์ เปิดเผยถึงสาเหตุในการเดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้ว่า ตนเองเป็นหนึ่งในผู้ที่เคยร่วมบริจาคเงินจำนวน 20,000 บาท เข้าบัญชีขององค์กรฯ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับช่วงสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยในขณะนั้นมีความตั้งใจจริงอยากทำบุญและช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อน แต่เนื่องจากตนมีภารกิจสอนหนังสือจึงไม่สามารถลงพื้นที่ด้วยตนเองได้ จึงตัดสินใจโอนเงินร่วมทำบุญ พร้อมทั้งนำเลขบัญชีของมูลนิธิไปโพสต์เผยแพร่ต่อทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อเชิญชวนให้ผู้อื่นร่วมบุญด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อปรากฏกระแสข่าวและประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ในสังคมขึ้นมา ทำให้ตนรู้สึกไม่สบายใจและรู้สึกเสียใจในฐานะผู้ที่เคยนำช่องทางดังกล่าวไปบอกต่อ ยืนยันว่าการมาแจ้งความครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของความเชื่อใจหรือไม่เชื่อใจส่วนตัว แต่เป็นการตั้งคำถามและสมมุติฐานตามหลักความน่าจะเป็น

“ไม่ใช่เงินหลักแสนหรือหลักล้าน แต่เป็นเงินของผมเอง เพียงหนึ่งบาทก็มีสิทธิ์ตรวจสอบและแจ้งความได้” อาจารย์ตฤณห์ กล่าว พร้อมระบุว่า หากผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินพิสูจน์ได้ว่ายอดเงินดังกล่าวถูกนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หาดใหญ่จริงทุกอย่างก็ถือว่าจบ แต่เนื่องจากเป็นธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจสอบได้ยากกว่าเงินสด จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบความโปร่งใสเพื่อคลายข้อสงสัย พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงและเป็นความผิดหวังในสังคมไทยที่สะท้อนว่าประชาชนไม่สามารถเชื่อมั่นในองค์กรหรือมูลนิธิต่างๆ ได้ 100%

ในเชิงวิชาการด้านอาชญาวิทยา อาจารย์ตฤณห์ระบุว่า ตนไม่ได้มุ่งเน้นตั้งคำถามกับตัวบุคคล แต่เป็นการตั้งคำถามต่อพฤติกรรมทางอาชญากรรมที่เกิดขึ้น โดยให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบว่าเส้นทางการเงินถูกโอนไปที่ใด และเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ หากพฤติกรรมมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน ก็อาจเข้าข่ายรูปแบบของ “อาชญากรรมคอปกขาว” (White-collar crime) ซึ่งเป็นอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องมีผู้เสียชีวิต แต่ต้องอาศัยกระบวนการทางกฎหมายและพยานหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้สังคมได้รับความกระจ่าง

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888