“ป.ป.ส.”โบ้ยไม่เคยแจ้งข้อหา“อ.เดชา”ครอบครองกัญชาเพื่อการแพทย์
โพสต์เมื่อ : 31 พ.ค 2562 เวลา 10:58 น.

“อ.เดชา” ประธาน “มูลนิธิข้าวขวัญ” ควงแขนทนายความบุก “ป.ป.ส.” แสดงความบริสุทธิ์กรณีครอบครองกัญชาเพื่อการแพทย์ ขณะที่ “เลขาธิการป.ป.ส.” โบ้ยยันไม่เคยแจ้งข้อหา
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจยึดกัญชาและสารสกัดกัญชาจากมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรีที่มีนายเดชา หรืออาจารย์เดชา ศิริภัทร เป็นประธานมูลนิธิ และจับกุมนายพรชัย หรืออาจารย์ซ้ง ชูเลิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิในข้อหา“ผลิตและครอบครองกัญชาโดยมิได้รับอนุญาต” ซึ่งอยู่ระหว่างนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชาใน 90 วัน ก่อนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในวงเงินประกัน 5 แสนบาทท่ามกลางความสงสัยว่าอาจเป็นการกลั่นแกล้งจากกลุ่มทุน ความคืบหน้า
เมื่อวันที่ 11 เม.ย.62 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯนายเดชาหรืออาจารย์ เดชาศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญพร้อมนายพรชัย หรืออาจารย์ซ้ง ชูเลิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี(ไบโอไทย) ทีมทนายความตัวแทนมูลนิธิเกษตรยั่งยืน(ประเทศไทย) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและไบโอไทยร่วมกับผู้ป่วยที่ได้รับยากัญชาจากเครือข่ายเดินทางเข้าพบนายนิยม เติมศรีสุขเลขาธิการป.ป.ส. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจกรณีครอบครองกัญชาเพื่อการแพทย์ในระหว่างรอยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่7) พ.ศ.2562จากการหารือร่วมกันนานกว่า2 ชั่วโมงนายนิยม กล่าวว่าทางป.ป.ส.ได้พูดคุยหารือกับนายเดชาและคณะเพื่อให้เข้าใจถึงการดำเนินงานของมูลนิธิข้าวขวัญโดยเข้าใจว่าทางเรามีการตีความข้อกฎหมายต่างกันยืนยันว่าทางเราได้ทำตามขั้นตอนภายใต้เงื่อนไขขอยื่นเรื่องนิรโทษกรรมผู้ครองกัญชาในกรอบเวลา 90 วัน ส่วนเหตุผลการจับกุมนายพรชัยนั้นเนื่องจากในห้วงเวลาดังกล่าวหากมีผู้ลักลอบนำกัญชาหลายกิโลกรัมอ้างจะนำไปจดแจ้งเพื่อขอนิรโทษกรรมแต่ปรากฎว่าความจริงไม่ใช่เช่นนั้นก็จะมีกัญชาเต็มบ้านเมืองดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการแทรกแซงทางเราจึงจะปล่อยให้นายเดชาดำเนินการตามขั้นตอนไปก่อนแต่สำหรับประชาชนที่ครอบครองกัญชาต้องมีแพทย์รับรองและจัดปริมาณให้ตามสัดส่วนและขอให้แจ้งเจตนารมณ์ไปยังคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และสาธารณสุขจังหวัดตามภูมิภาคว่ามีไว้เพื่อการใดในห้วงเวลา90 วันเพื่อขอนิรโทษกรรมไม่เช่นนั้นก็จะถือว่าผิดกฎหมาย
“สำหรับเรื่องของกลางที่ยึดมาและคดีความนั้นขอเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนต่อไปและขอยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับนายเดชาทั้งสิ้น” เลขาธิการป.ป.ส. กล่าว
ด้านอาจารย์เดชา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยเปิดใจถึงจุดยืนของทั้งสองฝ่ายทางปปส.เข้าใจว่าตนไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ต่อตนเองแต่ทำให้กับผู้ป่วยยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้นมาจากการตีความหมายต่างกันสำหรับการจับกุมอาจารย์ซ้งในระหว่างที่ตนเดินทางไปต่างประเทศนั้นเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำตามกฎหมายโดยต่อจากนี้ขอให้มองไปถึงอนาคตว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากกัญชาได้อย่างไรท่ามกลางข้อจำกัดของข้อกฎหมายในปัจจุบันจึงต้องหาทางจดแจ้งและขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้านให้ได้ในช่วงขอนิรโทษกรรม ทางปปส.ควรสนับสนุนหารือกับทางสธ.ว่าสามารถช่วยเหลือทางด้านกฎหมายได้อย่างไรบ้าง รัฐบาลจะสามารถนำมาตรา44 เพื่อเสนอถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเข้าที่ประชุมได้หรือไม่ ต่อจากนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการว่าเห็นชอบอย่างไรทั้งนี้ขอขอบคุณทางปปส.ที่ยังไม่ดำเนินคดีใดกับตนจากนี้ในการกระทำใดๆต่อจากนี้เราจะเปิดเผยกันทั้งสองฝ่ายเพื่อเป็นสัญญาประชาคมให้ประชาชนตรวจสอบกันทุกฝ่ายไม่ใช่เพียงเรื่องเฉพาะกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในกรณีนี้ต้องรับรู้รับทราบ ขณะที่น.ส.รสนาโตสิตระกูล ตัวแทนมูลนิธิสุขภาพไทยกล่าวว่าทางมูลนิธิได้ทำเอกสารชี้แจงกรณีอาจารย์เดชาเพื่อยื่นนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชาแต่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ให้การยอมรับจึงเตรียมให้ชาวบ้านรวมถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านและตัวแทนรพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลรวบรวมรายชื่อไม่ต่ำกว่า10 คนเพื่อให้การรับรองอาจารย์เดชาขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้านประกอบการนิรโทษกรรมต่อไปยืนยันว่าการกระทำของอาจารย์เดชาเป็นไปเพื่อศีลธรรมและสิทธิที่ผู้ป่วยควรได้รับ
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจยึดกัญชาและสารสกัดกัญชาจากมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรีที่มีนายเดชา หรืออาจารย์เดชา ศิริภัทร เป็นประธานมูลนิธิ และจับกุมนายพรชัย หรืออาจารย์ซ้ง ชูเลิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิในข้อหา“ผลิตและครอบครองกัญชาโดยมิได้รับอนุญาต” ซึ่งอยู่ระหว่างนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชาใน 90 วัน ก่อนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในวงเงินประกัน 5 แสนบาทท่ามกลางความสงสัยว่าอาจเป็นการกลั่นแกล้งจากกลุ่มทุน ความคืบหน้า
เมื่อวันที่ 11 เม.ย.62 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯนายเดชาหรืออาจารย์ เดชาศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญพร้อมนายพรชัย หรืออาจารย์ซ้ง ชูเลิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี(ไบโอไทย) ทีมทนายความตัวแทนมูลนิธิเกษตรยั่งยืน(ประเทศไทย) มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและไบโอไทยร่วมกับผู้ป่วยที่ได้รับยากัญชาจากเครือข่ายเดินทางเข้าพบนายนิยม เติมศรีสุขเลขาธิการป.ป.ส. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจกรณีครอบครองกัญชาเพื่อการแพทย์ในระหว่างรอยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่7) พ.ศ.2562จากการหารือร่วมกันนานกว่า2 ชั่วโมงนายนิยม กล่าวว่าทางป.ป.ส.ได้พูดคุยหารือกับนายเดชาและคณะเพื่อให้เข้าใจถึงการดำเนินงานของมูลนิธิข้าวขวัญโดยเข้าใจว่าทางเรามีการตีความข้อกฎหมายต่างกันยืนยันว่าทางเราได้ทำตามขั้นตอนภายใต้เงื่อนไขขอยื่นเรื่องนิรโทษกรรมผู้ครองกัญชาในกรอบเวลา 90 วัน ส่วนเหตุผลการจับกุมนายพรชัยนั้นเนื่องจากในห้วงเวลาดังกล่าวหากมีผู้ลักลอบนำกัญชาหลายกิโลกรัมอ้างจะนำไปจดแจ้งเพื่อขอนิรโทษกรรมแต่ปรากฎว่าความจริงไม่ใช่เช่นนั้นก็จะมีกัญชาเต็มบ้านเมืองดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการแทรกแซงทางเราจึงจะปล่อยให้นายเดชาดำเนินการตามขั้นตอนไปก่อนแต่สำหรับประชาชนที่ครอบครองกัญชาต้องมีแพทย์รับรองและจัดปริมาณให้ตามสัดส่วนและขอให้แจ้งเจตนารมณ์ไปยังคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และสาธารณสุขจังหวัดตามภูมิภาคว่ามีไว้เพื่อการใดในห้วงเวลา90 วันเพื่อขอนิรโทษกรรมไม่เช่นนั้นก็จะถือว่าผิดกฎหมาย
“สำหรับเรื่องของกลางที่ยึดมาและคดีความนั้นขอเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนต่อไปและขอยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับนายเดชาทั้งสิ้น” เลขาธิการป.ป.ส. กล่าว
ด้านอาจารย์เดชา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยเปิดใจถึงจุดยืนของทั้งสองฝ่ายทางปปส.เข้าใจว่าตนไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ต่อตนเองแต่ทำให้กับผู้ป่วยยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้นมาจากการตีความหมายต่างกันสำหรับการจับกุมอาจารย์ซ้งในระหว่างที่ตนเดินทางไปต่างประเทศนั้นเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำตามกฎหมายโดยต่อจากนี้ขอให้มองไปถึงอนาคตว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากกัญชาได้อย่างไรท่ามกลางข้อจำกัดของข้อกฎหมายในปัจจุบันจึงต้องหาทางจดแจ้งและขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้านให้ได้ในช่วงขอนิรโทษกรรม ทางปปส.ควรสนับสนุนหารือกับทางสธ.ว่าสามารถช่วยเหลือทางด้านกฎหมายได้อย่างไรบ้าง รัฐบาลจะสามารถนำมาตรา44 เพื่อเสนอถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเข้าที่ประชุมได้หรือไม่ ต่อจากนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการว่าเห็นชอบอย่างไรทั้งนี้ขอขอบคุณทางปปส.ที่ยังไม่ดำเนินคดีใดกับตนจากนี้ในการกระทำใดๆต่อจากนี้เราจะเปิดเผยกันทั้งสองฝ่ายเพื่อเป็นสัญญาประชาคมให้ประชาชนตรวจสอบกันทุกฝ่ายไม่ใช่เพียงเรื่องเฉพาะกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในกรณีนี้ต้องรับรู้รับทราบ ขณะที่น.ส.รสนาโตสิตระกูล ตัวแทนมูลนิธิสุขภาพไทยกล่าวว่าทางมูลนิธิได้ทำเอกสารชี้แจงกรณีอาจารย์เดชาเพื่อยื่นนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชาแต่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ให้การยอมรับจึงเตรียมให้ชาวบ้านรวมถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านและตัวแทนรพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลรวบรวมรายชื่อไม่ต่ำกว่า10 คนเพื่อให้การรับรองอาจารย์เดชาขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้านประกอบการนิรโทษกรรมต่อไปยืนยันว่าการกระทำของอาจารย์เดชาเป็นไปเพื่อศีลธรรมและสิทธิที่ผู้ป่วยควรได้รับ
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
