“บิ๊กราญ” ขานรับนโยบาย “นายกฯอนุทิน” ลุยปูพรมกวาดล้างมูลนิธิ-องค์กรลวงโลกหลอกรับบริจาค เผยเคส “บุ๋ม ปนัดดา” บก.ปอศ. เร่งสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด

ตร. ขานรับนโยบาย "อนุทิน" ลุยปูพรมกวาดล้างมูลนิธิและองค์กรลวงโลกหลอกรับบริจาค! ผบ.ตร. สั่งทุกหน่วยร่วม ปปง. และฝ่ายปกครองตรวจสอบเข้ม เคส "มูลนิธิองค์กรทำดี" บก.ปอศ. กำลังเร่งสอบเส้นทางการเงิน เตือนอินฟลูเอนเซอร์ใช้รับบริจาคผิดวิธีเจอโทษหนักยึดทรัพย์
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการให้ตรวจสอบ จัดระเบียบ และใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดกับมูลนิธิ องค์กร หรือกลุ่มคนมีชื่อเสียงที่มีพฤติกรรมฉ้อฉลหลอกลวงประชาชนผ่านการเปิดรับบริจาค
ผบ.ตร. สั่งระดมกำลังทุกหน่วยประสานฝ่ายปกครอง-ปปง. ลุยสอบมูลนิธิและองค์กรต้องสงสัย:
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า ทางด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ขานรับนโยบายดังกล่าวทันที โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ สนับสนุนและประสานงานร่วมกับฝ่ายปกครอง รวมถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อออกหาข่าวและสืบสวนสอบสวนมูลนิธิ องค์กร หรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย หากพบว่ามีการกระทำความผิดในลักษณะหลอกลวงฉ้อโกงประชาชน อาศัยความใจบุญของประชาชนไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว และนำเงินบริจาคไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกรายไม่มีข้อยกเว้น
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุด้วยว่า ในปัจจุบันพบรูปแบบการกระทำผิดที่หลากหลาย ทั้งการสร้างมูลนิธิปลอม ตั้งกลุ่มองค์กร หรือสร้างคอนเทนต์เรียกร้องความสงสารบนสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเปิดรับบริจาค รวมถึงวิธีการเดิม ๆ เช่น การตั้งโต๊ะ ตั้งกล่องรับบริจาค หรือเดินเรี่ยไรตามบ้าน ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจได้ดำเนินคดีไปแล้วหลายราย
เกาะติดเคส “มูลนิธิองค์กรทำดี” พร้อมเตือนอินฟลูเอนเซอร์และผู้แอบอ้าง:
ในส่วนของกรณีล่าสุดอย่าง “มูลนิธิองค์กรทำดี” ที่มี นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” เกี่ยวข้องนั้น พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ระบุว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างกระบวนการสืบสวนสอบสวนโดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ซึ่งกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดรอบคอบ หากพบว่าผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเข้าข่ายร่วมกระทำผิดกฎหมาย จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและเป็นธรรม
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรหรือบุคคลที่มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคมด้วยเจตนาบริสุทธิ์และมีความโปร่งใส พร้อมทั้ง ขอเตือนไปยังผู้ที่ตั้งใจหลอกลวง รวมถึงผู้มีชื่อเสียง อินฟลูเอนเซอร์ หรือบุคคลใดก็ตาม ที่ใช้สถานการณ์หรือกระแสสังคมเป็นช่องทางรับบริจาคแล้วนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือมีการโยกย้ายถ่ายโอนเงิน ขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวทันที เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน มีโทษรุนแรงถึงขั้นถูกยึดทรัพย์สิน นอกจากนี้ หากมีการโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จในสื่อสังคมออนไลน์หรือเว็บไซต์ว่าจะนำเงินไปช่วยเหลือสังคมแต่ไม่ได้ดำเนินการจริง ก็อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ อีกด้วย พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำว่าการตั้งมูลนิธิจะต้องมีการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย และการเปิดรับเรี่ยไรจะต้องขออนุญาตจากเจ้านักงานพนักงานปกครองตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมเปิดรับแจ้งเบาะแสจากพี่น้องประชาชน หากพบเห็นพฤติการณ์ของมูลนิธิ องค์กร หรือบุคคลใดที่มีพฤติการณ์ฉ้อโกงหรือกระทำความผิดไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
