“ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ควงทนายโต้ยับปมโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีญาติ ยันทำตามมติกรรมการ-มีหลักฐานครบ เตือน “ออยศรี” ระวังผิดกฎหมายเผยแพร่เอกสารในศาล
z-z1546369532468.webp)
ต้นอ้อ ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อมทนายแถลงโต้ปมเงินบริจาคเข้าบัญชีคนในครอบครัว ยันทำตามมติกรรมการวงเงินไม่เกินแสน มีใบเสร็จและผู้ตรวจสอบรับรอง เปิดยอดเงินหมุนเวียน 3 ปีแค่ 1 ล้านบาท พร้อมเตือนออยศรีระวังผิดกฎหมายปมเอกสารศาล

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ต้นอ้อ” ชลิดา พะละมาตย์ ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อมด้วยทีมทนายความ ได้เปิดโต๊ะแถลงข่าวครั้งใหญ่ เพื่อตอบโต้กรณีที่ “ออยศรี” ออกมาตั้งข้อสังเกตและเผยแพร่ข้อมูลตั้งคำถามเกี่ยวกับการนำเงินบริจาคของมูลนิธิฯ โอนเข้าสู่บัญชีส่วนตัวของบุคคลในครอบครัว โดยยืนยันความบริสุทธิ์ใจ พร้อมนำเอกสารและหลักฐานทั้งหมดเข้าชี้แจงต่อสื่อมวลชนในทุกขั้นตอน

แจงปมกรรมการมูลนิธิเป็นคนในครอบครัว-ยันกฎหมายไม่ห้าม:
ด้าน นายพนา เลิศเชิดชูพงศ์ ทนายความที่ปรึกษามูลนิธิฯ ได้ออกมายอมรับข้อเท็จจริงว่า มีการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลจริง เนื่องจากโครงสร้างคณะกรรมการมูลนิธิ 3 ใน 4 คน เป็นบุคคลในครอบครัวของ “ต้นอ้อ” (ได้แก่ ประธาน, รองประธาน และเหรัญญิก) ซึ่งในทางกฎหมายไม่ได้มีข้อห้ามแต่อย่างใด

การโอนเงินดังกล่าวเป็นการนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์เร่งด่วน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามมติของคณะกรรมการ ภายใต้กรอบวงเงินอนุมัติไม่เกิน 100,000 บาท โดยทุกยอดเงินมีใบเสร็จรับเงิน รายงานงบประมาณ และได้รับการรับรองจากผู้ตรวจสอบบัญชีอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังเปิดเผยข้อมูลทางการเงินระบุว่า ปัจจุบันมูลนิธิมีเงินบริจาคคงเหลือประมาณ 400,000 บาท มีเงินหมุนเวียนตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนทุนจดทะเบียน 200,000 บาทก็ยังอยู่ครบถ้วนไม่มีการแตะต้อง ทั้งนี้ ทางมูลนิธิเคยเดินทางเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อนายอำเภอไปแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ซึ่งผลปรากฏว่าไม่พบความผิดปกติใดๆ

“ต้นอ้อ” เผยเหตุผลโครงสร้างครอบครัว-เตือนออยศรีระวังปมเอกสารศาล:
ทางด้าน “ต้นอ้อ ชลิดา พะละมาตย์” ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ต้องใช้บุคคลในครอบครัวมานั่งเป็นกรรมการมูลนิธิ เนื่องมาจากก่อนหน้านี้เคยลองทาบทามบุคคลภายนอกแล้ว แต่ถูกปฏิเสธด้วยความกังวลเรื่องภาระและความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม หากทางอำเภอหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมีคำสั่งหรือข้อเสนอแนะให้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างคณะกรรมการ ทางมูลนิธิก็พร้อมปฏิบัติตามทันที พร้อมยืนยันว่าเงินทุกบาททุกสตางค์มีใบเสร็จ ค่าน้ำมัน และรูปถ่ายยืนยันการลงพื้นที่ชัดเจน
ส่วนกรณีของ “ออยศรี” นั้น ต้นอ้อเชื่อว่าน่าจะเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน และมีการหยิบยกเอกสารสเตทเมนต์มาเพียงบางส่วน พร้อมกันนี้ ทางทีมกฎหมายยังได้ฝากเตือนด้วยว่า หากมีการนำเอกสารในชั้นศาลมาเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายได้ โดยย้ำชัดเจนว่า มูลนิธิเป็นหนึ่งมีความบริสุทธิ์ใจและพร้อมให้ตรวจสอบผ่านกระบวนการทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาเสมอ
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
