“กิจเศรษฐี โมบิลิตี้” ผนึก KIM LONG เวียดนาม ลุยตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ตั้งเป้าจบปี 69 ยอดขาย 100 คัน - ยิ้มหลังเปิดตัวยอดซื้อ/จองทะยาน
z-z1463514366567.webp)
“กิจเศรษฐี โมบิลิตี้” เดินหน้าขยายตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ไทย ผนึก KIM LONG MOTOR จากเวียดนาม เปิดตัวรถบัส–มินิบัสอย่างเป็นทางการ ชูประสบการณ์ธุรกิจกว่า 30 ปี พร้อมวางระบบบริการหลังการขายและเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ เผยยอดจองช่วงเปิดตัวมากกว่า 40 คัน และคาดรวมเกือบ 60 คัน ตั้งเป้ายอดจำหน่ายช่วงที่เหลือของปี 69 ทำได้ 100 คัน พร้อมศึกษาการนำรถ EV และระบบชาร์จเข้ามาเสริมตลาดในปี 2570

ที่ CENTER POINT LASALLE, Studio 1–3 ถนนลาซาล เขตบางนา กรุงเทพฯ
บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ KIJSETTHI MOBILITY เปิดตัวความร่วมมือกับ KIM LONG MOTOR ผู้ผลิตรถเพื่อการพาณิชย์จากประเทศเวียดนาม ในงาน “GRAND LAUNCH 2026: Driving the Future of Mobility in Thailand” พร้อมเปิดตัวรถบัสและมินิบัสแบรนด์ KIM LONG MOTOR อย่างเป็นทางการในประเทศไทย และประกาศความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางดูแลลูกค้า KIM LONG ในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด One-Stop Commercial Mobility Solutions ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษาและคัดเลือกผลิตภัณฑ์ การปรับสเปกรถให้เหมาะสมกับการใช้งาน การจัดจำหน่ายและส่งมอบรถ ตลอดจนการจัดหาอะไหล่ การฝึกอบรมช่าง การซ่อมบำรุง การสนับสนุนทางเทคนิค และบริการหลังการขาย

โดยมีบุคคลสำคญคือ นางสาวชลากร เศรษฐบัณทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมด้วย ฝ่ายเวียดนาม ได้แก่ Dao Vit Anh (Dao Viet Anh) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ KIM LONG MOTOR

การเปิดตัวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ของ บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยนำผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีจาก KIM LONG MOTOR เข้ามาเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร การท่องเที่ยว รถรับส่งพนักงานและองค์กร รวมถึงระบบขนส่งในเมือง ซึ่งให้ความสำคัญกับสมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ความคุ้มค่าในการดำเนินงาน และความพร้อมของบริการหลังการขาย โดยความร่วมมือของทั้งสองบริษัท

มาจากการลงนามข้อตกลงจัดหารถบัสสำหรับตลาดประเทศไทยในเดือนธันวาคม 2568 ก่อนที่ บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนจำหน่าย KIM LONG อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน 2569 โดยกรอบความร่วมมือครอบคลุมรถบัสและมินิบัสทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาปภายในและพลังงานไฟฟ้า
Coz-z1780278132826.webp)

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ KIJSETTHI MOBILITY จะรับผิดชอบการพัฒนาตลาดในประเทศไทย การสร้างเครือข่ายพันธมิตรด้านการขาย การประเมินรูปแบบการใช้งานของลูกค้า รวมถึงการปรับรายละเอียดและสเปกรถให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง ข้อกำหนดทางเทคนิค และรูปแบบการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม ขณะที่ด้านบริการหลังการขาย บริษัทเตรียมระบบจัดหาอะไหล่ ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ การฝึกอบรมบุคลากรด้านเทคนิค การซ่อมบำรุง และการให้คำปรึกษาตลอดอายุการใช้งาน พร้อมทยอยขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและจุดบริการตามการเติบโตของฐานลูกค้า


นางสาวชลากร เศรษฐบัณทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า การนำรถ KIM LONG เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มทางเลือกให้แก่ตลาด แต่ต้องการนำผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และระบบบริการมาเชื่อมโยงกัน เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถลงทุนและดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในธุรกิจรถเชิงพาณิชย์ ของ KIJSETTHI MOBILITY บริษัทฯให้ความสำคัญกับปัจจัยที่ผู้ประกอบการพิจารณา

นอกเหนือจากคุณสมบัติและราคาของรถ ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสมกับการใช้งานจริง ความพร้อมของอะไหล่ ระยะเวลาในการซ่อมบำรุง คุณภาพบริการหลังการขาย และต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน โดย KIJSETTHI MOBILITY จะทำหน้าที่ดูแลลูกค้า KIM LONG ในประเทศไทยตั้งแต่เริ่มต้นการใช้งาน สำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ ประกอบด้วยรถบัสและมินิบัส 4 รุ่น ได้แก่ KIM LONG 99N43, KIM LONG 99N44, KIM LONG 99N42 WC และ KIM LONG 19N21 เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานเชิงพาณิชย์ที่หลากหลาย
สำหรับ KIM LONG MOTOR ซึ่งเป็นพันธมิตรผู้ผลิต มีขีดความสามารถด้านการผลิตและประกอบยานยนต์ การพัฒนาชิ้นส่วน และโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม รวมถึงการวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับแต่งรูปแบบรถ อุปกรณ์ และโซลูชันทางเทคนิคให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานและข้อกำหนดของแต่ละตลาด KIM LONG MOTOR ยังมีการพัฒนาและผลิตส่วนประกอบสำคัญของรถหลายรายการ ตั้งแต่แชสซี ตัวถัง เครื่องยนต์ แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนภายในและภายนอก ไปจนถึงระบบไฟฟ้า โดยบริษัทระบุว่าความสามารถดังกล่าวช่วยสนับสนุนการบริหารห่วงโซ่อุปทาน การควบคุมคุณภาพ และต้นทุนการผลิต ขณะที่ KIJSETTHI MOBILITY จะนำความเข้าใจตลาดไทย ประสบการณ์การให้บริการ และระบบบริการหลังการขายมาผสานกับศักยภาพของผู้ผลิต
นาย Dao Viet Anh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) KIM LONG MOTOR กล่าวว่า การเลือก KIJSETTHI MOBILITY เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย พิจารณาจากประสบการณ์ในตลาด ชื่อเสียงและความสามารถในการดำเนินงาน รวมถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาธุรกิจในระยะยาวที่สอดคล้องกัน โดย KIJSETTHI MOBILITY มีฐานลูกค้า เครือข่ายธุรกิจ และระบบสนับสนุนด้านบริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง และการจัดหาอะไหล่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการนำผลิตภัณฑ์ KIM LONG เข้าสู่ตลาดไทย สำหรับทิศทางความร่วมมือในระยะต่อไป ทั้งสองบริษัทวางโรดแมปการดำเนินงาน 2 ระยะ โดยระยะแรกมุ่งสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ KIM LONG ผ่านการพัฒนาตลาด เครือข่ายจำหน่าย บริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง และระบบอะไหล่ พร้อมนำข้อมูลจากการใช้งานจริงของลูกค้าไทยไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับตลาดไทยมากขึ้น
ส่วนระยะถัดไป KIM LONG MOTOR ตั้งเป้าศึกษาการเปลี่ยนรูปแบบจากการส่งออกรถสำเร็จรูป หรือ Completely Built Units (CBU) ไปสู่การผลิตและประกอบรถแบบ Completely Knocked Down (CKD) ในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายใช้ชิ้นส่วนในประเทศตั้งแต่ 50% ขึ้นไป ภายใต้กรอบการดำเนินงานระหว่างปี 2570–2573 เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ของ KIM LONG MOTOR ในภูมิภาค แผนดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในประเทศ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และโอกาสด้านการจ้างงาน ขณะเดียวกัน KIM LONG MOTOR ในฐานะผู้ผลิตจากอาเซียน มีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านหลักเกณฑ์ด้านถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน หรือ ATIGA มีโอกาสใช้สิทธิพิเศษทางภาษีตามข้อกำหนด ซึ่งจะสนับสนุนด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เขา กล่าว
นางสาวชลากร เศรษฐบัณทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า ทิศทางการทำตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย บริษัทให้ความสำคัญกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรถมินิบัสขนาด 7.9 เมตร ซึ่งสามารถใช้เป็นทางเลือกทดแทนรถตู้โดยสาร และเป็นเซ็กเมนต์ที่บริษัทมีประสบการณ์ในการพัฒนาตัวถังและจำหน่ายรถในรูปแบบดังกล่าวมาก่อน ทำให้เข้าใจความต้องการของตลาดและสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงของผู้ประกอบการ สำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ KIM LONG MOTOR อย่างเป็นทางการในประเทศไทย บริษัทได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดี โดยมียอดจองในช่วงการเปิดตัวมากกว่า 40 คัน และเมื่อรวมกับลูกค้าที่เข้าร่วมงานและแสดงความสนใจโดยยังไม่ประสงค์ออกนาม คาดว่าจะมียอดรวมเกือบ 60 คัน สะท้อนถึงความสนใจของตลาดต่อรถเพื่อการพาณิชย์รุ่นใหม่ที่บริษัทนำเสนอ
"เดิมบริษัทวางเป้าหมายยอดจำหน่ายในปี 2569 ไว้ที่ 300 คัน แต่เนื่องจากการดำเนินงานในปีนี้มีช่วงเวลาสำหรับทำตลาดที่เหลืออยู่จำกัด บริษัทจึงปรับเป้าหมายระยะสั้น โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายในช่วงที่เหลือของปีไว้ที่ประมาณ 100 คัน และมองว่าหากสามารถทำได้ตามเป้าหมายดังกล่าว จะถือเป็นผลการดำเนินงานที่น่าพอใจสำหรับปีแรกของการทำตลาดแบรนด์ KIM LONG ในประเทศไทย ในส่วนของราคาจำหน่ายที่เปิดตัวในช่วงแรก เป็นราคาเปิดตัวพิเศษที่บริษัทกำลังติดตามการตอบรับจากตลาดอย่างใกล้ชิด โดยราคาดังกล่าวอาจมีการประกาศปรับอีกครั้งในอนาคต เนื่องจากต้องพิจารณาทั้งภาวะตลาด การตอบรับของลูกค้า และหารือร่วมกับ KIM LONG MOTOR ในประเทศเวียดนาม ทั้งนี้ บริษัทมีความพยายามที่จะรักษาราคาเปิดตัวให้อยู่ในระดับดังกล่าวได้นานที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้"
เธอ กล่าวว่า ในส่วนของแผนการขยายตลาด บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขาย หรือ After Sales เนื่องจาก KIM LONG เป็นแบรนด์ใหม่สำหรับตลาดประเทศไทย โดยกิจเศรษฐี โมบิลิตี้ ได้นำประสบการณ์ด้านการซ่อมบำรุงและบริการหลังการขายที่มีมาอย่างต่อเนื่องมาพัฒนาระบบรองรับลูกค้า พร้อมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรด้านบริการในพื้นที่ต่างๆ ปัจจุบันมีเครือข่ายพันธมิตรด้าน After Sales Service ประมาณ 22 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ในทุกภูมิภาคของประเทศ และมีแผนขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมจังหวัดต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยจะให้ความสำคัญกับจังหวัดหลักที่มีรถโดยสารเชิงพาณิชย์และการเดินทางหนาแน่น
"พันธมิตรด้านบริการที่บริษัทคัดเลือกเข้ามาร่วมเครือข่ายล้วนมีความเชี่ยวชาญด้านการซ่อมบำรุงรถบัส ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ โดยบริษัทต้องการให้ระบบบริการหลังการขายสามารถรองรับการใช้งานของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการขยายฐานตลาด"
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับการแข่งขันในตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ บริษัทมองว่าตลาดมีการแข่งขันจากผู้ผลิตหลายประเทศ ทั้งแบรนด์จากจีนและยุโรป ขณะที่ KIM LONG ต้องการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการ โดยเน้นความคุ้มค่า มาตรฐาน ความปลอดภัย และสเปกที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง มากกว่าการกำหนดเป้าหมายว่าจะต้องแข่งขันเพื่อขึ้นเป็นอันดับหนึ่งหรืออันดับสองของตลาด
"กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ ใช้เวลาพัฒนารายละเอียดผลิตภัณฑ์ร่วมกับ KIM LONG MOTOR ในประเทศเวียดนามมาเกือบ 1 ปี เพื่อให้รถที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยมีรายละเอียดสอดคล้องกับการใช้งานและข้อกำหนดของประเทศไทย เนื่องจากรถที่จำหน่ายในไทยใช้พวงมาลัยขวา ขณะที่เวียดนามใช้พวงมาลัยซ้าย รวมถึงมีการร่วมกันพิจารณารายละเอียดด้านโครงสร้าง วัสดุ อุปกรณ์ และระบบต่างๆ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก"
สำหรับทิศทางในปี 2570 บริษัทมีแผนต่อยอดผลิตภัณฑ์และขยายเซ็กเมนต์การทำตลาด โดยเฉพาะรถพลังงานไฟฟ้า หรือ EV ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่บริษัทให้ความสนใจ พร้อมศึกษาความต้องการของตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการไทย รวมถึงเทคโนโลยีด้านระบบชาร์จที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานรถเชิงพาณิชย์ " บริษัทไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเป็นผู้นำตลาดหรือครองส่วนแบ่งตลาดในระดับใด แต่ต้องการสร้างแบรนด์ KIM LONG ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีฐานการรับรู้ในประเทศเวียดนามให้สามารถเข้ามาเป็นทางเลือกในตลาดประเทศไทย โดยการมียอดจองมากกว่า 40 คัน ตั้งแต่ช่วงเปิดตัวถือเป็นสัญญาณการตอบรับที่บริษัทให้ความสำคัญ และจะนำข้อมูลจากตลาดไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายเซ็กเมนต์ต่อไป เธอ กล่าว
อนึ่ง สำหรับรถทั้ง 4 รุ่นที่เปิดตัว กำหนดราคาเปิดตัวตั้งแต่ 2.3–4.5 ล้านบาท ประกอบด้วย KIM LONG 99N43 ราคา 3.8 ล้านบาท, KIM LONG 99N44 ราคา 4.4 ล้านบาท, KIM LONG 99N42 WC ราคา 4.5 ล้านบาท และ KIM LONG 19N21 ราคา 2.3 ล้านบาท
#KIJSETTHIMOBILITY #KIMLONGMOTOR #KIMLONG #รถเพื่อการพาณิชย์
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
