ข่าวเจาะลึก1(3)
ข่าวเจาะลึก 1 (3)

“Wonder AI” เปิดตัว “SMART RETAIL SOLUTION AND AI STORE MANAGER” ใช้เทคโนโลยี AI เปลี่ยนกล้อง CCTV ในร้านค้าให้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและช่วยบริหารธุรกิจค้าปลีก ผนึก AWS–TBSP พัฒนา Ecosystem Smart Retail ตั้งเป้าสิ้นปี 2569 มีลูกค้าไม่น้อยกว่า 20 บริษัท ครอบคลุม 100 สาขา ก่อนขยายเป็น 100 บริษัท และมากกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศในปี 2570 พร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจอื่นนอกเหนือจากค้าปลีก

1

ภาพประกอบข่าว (2)

ที่ห้อง AUDITORIUM ชั้น 3 SOFTWARE PARK จังหวัดนนทบุรี บริษัท วันเดอร์ เอไอ จำกัด ผู้ให้บริการระบบ Wonder AI จัดงาน “Wonder Flex” งานแถลงข่าวเปิดตัว “SMART RETAIL SOLUTION AND AI STORE MANAGER” พร้อมนำเสนอทิศทางการตลาดและกลยุทธ์ของ Wonder AI ในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามายกระดับธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์สู่รูปแบบ Smart AI Retail โดยมีแนวคิดสำคัญในการเปลี่ยนกล้อง CCTV ที่มีอยู่ภายในร้านให้เป็นเครื่องมือ AI สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมภายในร้าน เปรียบเสมือนผู้ช่วยผู้จัดการร้านอัจฉริยะ

ภาพประกอบข่าว (8)_0

ภาพประกอบข่าว (16)

ภายในงานมีตัวแทนจากบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีกเข้าร่วม อาทิ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด, บริษัท ฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด และบริษัท วิลล่า มาร์เก็ท เจพี จำกัด รวมถึงผู้ประกอบการที่นำระบบไปใช้งานจริงแล้ว หรืออยู่ระหว่างการทำ Proof of Concept (POC) พร้อมด้วย Regional Champion ได้แก่ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน), บริษัท มาเธอร์ มาเช่ จำกัด (มหาชน), บริษัท ฮกกี่ซุปเปอร์มาร์ท จำกัด, บริษัท เอกวรนันท์ จำกัด, บริษัท ยงสงวนกรุ๊ป จำกัด, บริษัท สหแสงชัยมาร์เก็ตติ้ง จำกัด และสมาคมค้าส่ง-ค้าปลีกแห่งประเทศไทย

ภาพประกอบข่าว (20)

ภาพประกอบข่าว (24)_0

แกนหลักของการจัดงานครั้งนี้ คือการประกาศทิศทางธุรกิจของ Wonder AI ในการนำ AI เข้ามาช่วยแก้ปัญหาธุรกิจค้าปลีกที่ต้องเผชิญการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยยกระดับกล้อง CCTV จากอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและตรวจสอบเหตุการณ์ย้อนหลัง ให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจภายในร้านได้ ขณะที่บริษัทวางแนวทางทำตลาดด้วยการเริ่มจากธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้านและหลายสาขา เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีกเฉพาะทาง ร้านสุขภาพและความงาม รวมถึงศูนย์การค้า ผ่านกลยุทธ์ “พิสูจน์ผลลัพธ์ก่อนขยายการลงทุน” ด้วยโครงการ POC และโครงการต้นแบบ

ภาพประกอบข่าว (12)

ภาพประกอบข่าว (1) (1)

นายวรกฤต ชัยสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วันเดอร์ เอไอ จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางการทำตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หลังจากศึกษาความเป็นไปได้นาน 18 เดือน บริษัทจะมุ่งสร้างตลาดและการยอมรับระบบ Wonder AI ในประเทศไทย โดยเน้นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้านและหลายสาขา เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีข้อมูลจากการดำเนินงานจำนวนมาก และสามารถนำข้อมูลจากกล้องภายในร้านมาวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ ทิศทางการทำตลาดของ Wonder AI คือ การยกระดับร้านค้าออฟไลน์จากพื้นที่ขายสินค้าแบบดั้งเดิมให้กลายเป็น Smart AI Retail โดยไม่ได้มุ่งนำเสนอเพียงเทคโนโลยีวิเคราะห์ภาพ แต่จะวางตำแหน่ง Wonder AI เป็นโซลูชันบริหารธุรกิจค้าปลีกที่ช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ภาพประกอบข่าว (21)_0

ภาพประกอบข่าว (23)_0

Wonder AI จุดเด่นของระบบคือการนำซอฟต์แวร์ AI เข้ามาทำงานร่วมกับกล้อง IP Camera ที่ร้านค้ามีอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกล้องใหม่ทั้งหมด ระบบสามารถวิเคราะห์จำนวนลูกค้า ช่วงเวลาที่เข้าร้าน เส้นทางการเดิน พื้นที่ที่ได้รับความสนใจ ระยะเวลาในการเลือกซื้อสินค้า และพฤติกรรมก่อนการตัดสินใจซื้อ เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประกอบการปรับผังร้าน การจัดวางสินค้า การทำโปรโมชั่น และการบริหารพนักงาน อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการสร้างระบบนิเวศ Smart Retail ร่วมกับพันธมิตร

ภาพประกอบข่าว (22)_0

โดยมี AWS สนับสนุนด้าน Cloud Infrastructure ขณะที่ TBSP สนับสนุนด้าน Electronic Shelf Label หรือ ESL หรือป้ายราคาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยบริหารราคา โปรโมชั่น และข้อมูลสินค้าหน้าชั้นวาง การทำงานร่วมกันจะช่วยเชื่อมโยงตั้งแต่การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการนำผลวิเคราะห์ไปใช้ปรับราคา โปรโมชั่น พื้นที่ขาย และการดำเนินงานภายในร้าน โดยบริษัทต้องการให้ Wonder AI สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว เพื่อลดข้อจำกัดด้านการลงทุนและช่วยให้ติดตั้งระบบได้รวดเร็วขึ้น

สำหรับปี 2570 บริษัทตั้งเป้ายกระดับ Wonder AI จาก Wonder Insight ซึ่งเป็นระบบวิเคราะห์ข้อมูลภายในร้าน ไปสู่ AI Store Manager อย่างเต็มรูปแบบ โดยระบบจะพัฒนาจากการแสดงข้อมูลย้อนหลังไปสู่การตรวจจับความผิดปกติ ค้นหาปัญหา วิเคราะห์สาเหตุ จัดลำดับความสำคัญ และเสนอ Recommended Action หรือแนวทางดำเนินการที่แนะนำ เพื่อช่วยให้ผู้บริหารและผู้จัดการร้านตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น สำหรับการนำ Wonder AI ไปใช้จะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด และรูปแบบการวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจ พร้อมคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยจุดสำคัญคือการนำข้อมูลภาพจากกล้อง CCTV ที่องค์กรมีอยู่แล้วมาพัฒนาเป็นข้อมูลเชิงลึก เพื่อช่วยให้ผู้บริหารเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่และนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ

“ธุรกิจค้าปลีกกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และช่องว่างระหว่างข้อมูลออนไลน์กับข้อมูลภายในร้านยังมีอยู่มาก ระบบ POS สามารถบอกได้ว่าขายอะไรและขายได้เท่าไร แต่ไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมดว่าลูกค้าเข้ามาแล้วทำอะไร สนใจสินค้าใด และเหตุใดจึงไม่ซื้อ ซึ่ง Wonder AI จะเข้ามาเติมเต็มข้อมูลส่วนนี้”

นายวรกฤต กล่าวว่า การเปิดตัว “SMART RETAIL SOLUTION AND AI STORE MANAGER” ครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นในการนำเสนอแนวคิดใหม่ของการบริหารร้านค้าปลีกด้วย AI โดยเปลี่ยนกล้อง CCTV จากอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยให้กลายเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ธุรกิจและผู้ช่วยผู้จัดการร้านอัจฉริยะ พร้อมสร้างความเข้าใจว่า Wonder AI ไม่ได้เป็นเพียงระบบนับจำนวนลูกค้าหรือรายงานข้อมูลย้อนหลัง แต่สามารถนำข้อมูลมาสนับสนุนการบริหารธุรกิจได้

 “เป้าหมายสูงสุดของการจัดงานนี้ ไม่ใช่แค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ แต่คือการประกาศวิสัยทัศน์ของ Wonder AI ที่ต้องการยกระดับการบริหารร้านค้าจากการตัดสินใจด้วยประสบการณ์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การตัดสินใจด้วยข้อมูลและ AI เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเพิ่มยอดขาย ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่และบุคลากร และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า โดย Wonder AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ผู้บริหารหรือผู้จัดการร้าน แต่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่ทำให้บุคลากรมองเห็นข้อมูลได้ครบถ้วนมากขึ้น และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น”

ในการให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับสื่อมวลชน นายวรกฤต กล่าวว่า Wonder AI เลือกเริ่มต้นจากร้านค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย ปัจจุบันมีลูกค้า 6 บริษัทอยู่ระหว่างการทำ Proof of Concept หรือ POC โดยมีทั้งร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต และบางรายติดตั้งระบบใช้งานจริงมาแล้วประมาณ 2–3 เดือน ขณะที่บางบริษัทยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้เนื่องจากอยู่ภายใต้ข้อตกลงรักษาความลับ หรือ NDA หนึ่งในกรณีศึกษาที่บริษัทสามารถเปิดเผยได้โดยไม่ระบุชื่อ คือบริษัทมหาชนแห่งหนึ่งในภาคเหนือ ซึ่งนำระบบ AI ไปใช้ในร้านค้าและพบว่ายอดขายในช่วงกลางคืนเพิ่มขึ้นประมาณ 15% หลังติดตั้งระบบ ขณะที่ข้อมูลจากสาขาที่ใช้งานจริงยังสามารถนำไปช่วยประเมินพื้นที่สำหรับการเปิดสาขาใหม่

สำหรับเทคโนโลยีที่นำมาใช้ ซอร์สโค้ดของ AI มีต้นทางจากประเทศเกาหลีใต้ แต่ Wonder AI ได้นำมาพัฒนาและปรับให้เหมาะสมกับประเทศไทย ทั้งการ Localize การพัฒนาและฝึกโมเดลให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทย รวมถึงการเชื่อมต่อกับฮาร์ดแวร์และระบบอื่นๆ ภายใน Ecosystem ของบริษัท ระบบสามารถวิเคราะห์เส้นทางการเดินของลูกค้าภายในร้าน หรือ Customer Mapping รวมถึงพฤติกรรมระหว่างการเลือกซื้อสินค้า เช่น การเดินเข้าโซนสินค้า การหยุดดูสินค้า และการหยิบสินค้า โดยสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับช่วงอายุและเพศในลักษณะเป็นช่วงข้อมูล ทั้งนี้บริษัทระบุว่าไม่ได้ใช้ระบบเพื่อระบุตัวบุคคลว่าเป็นใคร ข้อมูลดังกล่าวยังสามารถนำไปวิเคราะห์สาเหตุที่ลูกค้า “ไม่ซื้อ” ซึ่งเป็นข้อมูลที่ระบบ Point of Sale หรือ POS ไม่สามารถบอกได้โดยตรง

ด้านต้นทุนการใช้งาน บริษัทอยู่ระหว่างการสรุปราคาของแต่ละแพ็กเกจ แต่เบื้องต้นต้องการให้ค่าบริการอยู่ในระดับที่ร้านค้าสามารถเข้าถึงได้ โดยแพ็กเกจขนาดเล็กอาจมีค่าใช้บริการประมาณ 200–300 บาทต่อกล้องต่อเดือน และร้านค้าขนาดเล็กที่มีพื้นที่ไม่เกินประมาณ 100 ตารางเมตร อาจใช้กล้องประมาณ 6–10 ตัว ทั้งนี้เป็นตัวเลขเบื้องต้นที่บริษัทยังอยู่ระหว่างกำหนดรายละเอียดแพ็กเกจอย่างเป็นทางการ

โดยบริษัทใช้รูปแบบ Subscription Model ซึ่งรวมระบบซอฟต์แวร์ กล้อง และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไว้ในบริการ ส่วนประสิทธิภาพทางธุรกิจ จากข้อมูลการใช้งานและการทดสอบของบริษัท มีกรณีที่พบว่ายอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 30–40% ภายในระยะเวลาประมาณ 2 เดือน โดยเป็นผลจากการทดสอบที่บริษัทนำมาใช้วัดผล และระบุว่าการวัดผลในระยะยาวอาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนแผนการขยายธุรกิจ บริษัทตั้งเป้ามีบริษัทเข้ามาใช้ระบบเพิ่มเติมประมาณ 10–12 บริษัทภายในปีนี้ ขณะที่เป้าหมายระยะ 3 ปีอยู่ที่ประมาณ 1,000 สาขาทั่วประเทศ และระยะ 5 ปีประมาณ 10,000 สาขา โดยออกแบบระบบให้รองรับตั้งแต่ร้านค้าขนาดเล็กที่มีเพียงสาขาเดียว ไปจนถึงธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ ในมุมการแข่งขัน ปัจจุบันบริษัทมองเห็นคู่แข่งจากประเทศจีนประมาณ 2 รายที่อยู่ในตลาดลักษณะใกล้เคียงกัน

โดย Wonder AI ต้องการสร้างความแตกต่างด้วยการไม่ได้เน้นเฉพาะ Staff Management แต่ยังมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขายและการส่งเสริมการขาย โดยเฉพาะ Dynamic Pricing การจัดโปรโมชั่น และการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ส่วน Wonder Care Robot ซึ่งเป็นหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ บริษัทมองว่าเหมาะกับร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่และชั้นวางสินค้าจำนวนมาก

โดยสามารถเคลื่อนที่ตรวจสอบการจัดเรียงสินค้า ตู้แช่ และพฤติกรรมที่อาจมีความเสี่ยงต่อการโจรกรรม ก่อนส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้จัดการสาขา ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ระบบมีการใช้เทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลภาพและการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ขณะที่ Wonder AI อยู่ระหว่างการดำเนินงานร่วมกับสำนักงาน กสทช. เพื่อขอการรับรองด้านการรักษาความเป็นส่วนตัวเพิ่มเติม

#WonderAI #SmartRetail #AIStoreManager #SmartAIRetail #RetailAI #CCTV #ArtificialIntelligence #AWS #TBSP #ElectronicShelfLabel #ESL #ค้าปลีก #เทคโนโลยี #ปัญญาประดิษฐ์ #เศรษฐกิจไทย

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888