แม่ร่ำไห้ ร้องกองปราบฯ ลูกสาววัย 19 โดนครูสาวขับรถชนเสียชีวิต ผ่านไปเกือบ 9 เดือนคดีไม่คืบหน้า!
z-z1501000365410.webp)
แม่ใจสลายร้องกองปราบฯ! ลูกสาววัย 19 เชฟอนาคตไกลถูกข้าราชการครูขับรถชนดับ ผ่านไปเกือบ 9 เดือนคดีไม่คืบหน้า ตำรวจ สภ.บางละมุง ดองเรื่องรอผลแอลกอฮอล์เกือบ 6 เดือน คู่กรณีเบี้ยวเยียวยาแถมรถไม่มี พ.ร.บ.

กรุงเทพมหานคร – วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าแดนเนรมิตเก่า นางพรรณี คนพิมาย คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ได้เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ก่อนจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม กรณีลูกสาวคือน้องวิว หรือ น.ส.วิภาวี อายุ 19 ปี อาชีพเชฟ ซึ่งถูกข้าราชการครูขับรถยนต์พุ่งชนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเหตุการณ์ผ่านมาเกือบ 9 เดือนแล้วแต่คดียังไม่มีความคืบหน้าใดๆ

ย้อนวินาทีสลด ครูสาวขับเก๋งข้ามเลนพุ่งชนเชฟสาววัย 19 ดับสลด
นางพรรณี เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 22.50 น. บริเวณหน้าร้านโสภณ ถนนสายพัทยา-นาเกลือ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ขณะที่ “น้องวิว” กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ โดยมีเพื่อนซ้อนท้าย หลังกลับจากทำงานและแวะซื้อพลาสเตอร์ยาให้แม่ ห่างจากบ้านไม่ถึง 100 เมตร ปรากฏว่าได้มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อซูซูกิ สวิฟต์ ซึ่งมี น.ส.ยุวธิดา เป็นข้าราชการครู เป็นผู้ขับขี่ เสียหลักข้ามเลนพุ่งชนอย่างรุนแรง และยังเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์คันอื่นอีก ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย
ผลการตรวจรักษาจากแพทย์ระบุว่า น้องวิวได้รับบาดเจ็บสาหัส สมองบอบช้ำ มีเลือดออกในสมอง กะโหลกศีรษะและกระดูกใบหน้าแตกหลายแห่ง แขนซ้ายหัก และกระดูกท่อนขาขวาหัก แพทย์ต้องทำการผ่าตัดสมองเป็นการด่วน แต่น้องวิวต้องทนทุกข์ทรมานอยู่นานถึง 29 วัน ก่อนจะเสียชีวิตอย่างสงบเนื่องจากภาวะเลือดออกในปอดและติดเชื้อในกระแสเลือด ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569
เสาหลักของบ้านดับสลาย ซ้ำเติมครอบครัวไร้ พ.ร.บ. คุ้มครอง-คู่กรณีบ่ายเบี่ยงเงียบหาย
คุณแม่ผู้สูญเสีย เปิดเผยด้วยความสะเทือนใจว่า น้องวิวเป็นเด็กกตัญญูและเป็นเสาหลักของครอบครัว ตัดสินใจออกจากโรงเรียนตั้งแต่ชั้น ม.2 เพื่อมาทำงานหาเงินช่วยแม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในบ้าน, หนี้สินงานศพพี่ชาย และดูแลยายที่พิการกับน้องชาย พร้อมกับเรียน กศน. ควบคู่ไปด้วยจนใกล้จะจบการศึกษา แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงจากความประมาทของผู้อื่น
นอกจากนี้ ครอบครัวยังต้องตกอยู่ในภาวะยากลำบากอย่างหนัก เนื่องจากรถยนต์ของคู่กรณี ไม่มี พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ทำให้ไม่สามารถเบิกจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตจำนวน 500,000 บาท จากกองทุน พ.ร.บ. ได้ โดยหลังเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ครอบครัวเคยเจรจากับคู่กรณีและได้รับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นรวมถึงค่าซ่อมรถ โดยในส่วนของนางพรรณีได้รับเงินค่ารักษาพยาบาล 40,000 บาท และเงินเยียวยางานศพ 70,000 บาท
จี้ สภ.บางละมุง ทำคดีล่าช้า รอผลแอลกอฮอล์ 5 เดือนครึ่ง วอนกองปราบช่วยทวงความยุติธรรม
นางพรรณี กล่าวด้วยความคับแค้นใจว่า การดำเนินคดีของพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เป็นไปอย่างล่าช้าอย่างยิ่ง โดยต้องรอผลตรวจปริมาณแอลกอฮอล์นานถึง 5 เดือนครึ่ง และนับตั้งแต่การพูดคุยเจรจากันครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 เป็นต้นมา คู่กรณีก็บ่ายเบี่ยงและไม่เคยติดต่อกลับมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ อีกเลย แถมยังมีรายงานว่าได้นำรถยนต์คันเกิดเหตุไปซ่อมแซมและนำกลับมาใช้งานตามปกติแล้ว
สภาพจิตใจของคนในครอบครัวบอบช้ำอย่างหนัก โดยเฉพาะน้องชายของน้องวิวที่ยังคงนั่งรอพี่สาวกลับบ้านทุกวัน และร้องไห้ถามแม่เสมอว่า “เมื่อไหร่พี่วิวจะได้รับความยุติธรรมสักที” ผู้เป็นแม่จึงตัดสินใจนำพยานหลักฐานทั้งหมดเข้ามาร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ช่วยติดตามเร่งรัดคดี และนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
