ข่าวเจาะลึก1(8)
ข่าวเจาะลึก 1 (8)

แม่ภัทร วัย 63 ปี พร้อม "เอกภพ สายไหมต้องรอด" ขนตู้เซฟหนักอึ้งที่ต้องใช้คนยกถึง 8 คนมาส่งให้ตำรวจตรวจสอบ หลังมีประเด็นขัดแย้งกับลูกชาย ลั่นถ้าไม่คืนกุญแจเตรียมจ้างช่างมางัดต่อหน้า พฐ.

1792043863328

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง นางณภัทร หรือ "แม่ภัทร" อายุ 63 ปี พร้อมด้วย นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ประธานเพจสายไหมต้องรอด ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง พร้อมนำตู้เซฟขนาดใหญ่ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกและกระดาษลูกฟูกมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานและดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ แม่ภัทรได้ออกมาเปิดเผยว่า ถูก นายเบนซ์ ซึ่งเป็นลูกชาย ร่วมมือกับ เจ๊แมว และกลุ่มอาสาสมัคร นำตัวไปไว้ที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ "โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม" ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยไม่ยินยอม ต่อมาแม่ภัทรได้เดินทางไปขนย้ายตู้เซฟดังกล่าวมาจากบ้านพักภายในหมู่บ้านมัณฑนา เลค วัชรพล เขตสายไหม เพื่อนำมาลงบันทึกประจำวันและส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ตรวจสอบ

2191047_0

ขนย้ายทุลักทุเล ใช้คน 8 คนช่วยยก

แม่ภัทร เปิดเผยถึงบรรยากาศในการย้ายตู้เซฟว่า ตู้เซฟมีความหนักมาก ในตอนแรกได้จ้างพนักงานมาช่วยยกจำนวน 4 คน แต่ไม่สามารถยกได้ ต้องค่อยๆ ขยับออกมาช้าๆ จนต้องขอแรงทีมงานน้องๆ เข้ามาช่วยเพิ่ม รวมเป็นใช้คนถึง 8 คน จึงจะสามารถยกตู้เซฟออกมารวมถึงลำเลียงมายัง สน.วังทองหลาง ได้สำเร็จ

2191054

เปิดประเด็นกุญแจ-รหัสตู้เซฟ ลูกชายโต้ยังไม่อยากให้ย้าย

ในประเด็นเรื่องกุญแจและรหัสตู้เซฟ แม่ภัทร ระบุว่า ไม่ได้มีการประสานกับลูกชายโดยตรง ซึ่งลูกชายเคยนำสมุดบันทึกประจำวันมาแสดงว่า ได้นำตู้เซฟมาคืนไว้ที่นิติบุคคลของหมู่บ้านในวันที่แม่ไม่อยู่บ้าน อย่างไรก็ตาม ลูกชายไม่ได้คืนกุญแจตู้เซฟ และไม่ได้บอกรหัสผ่านใหม่ ซึ่งแม่ทราบเพียงรหัสเดิมเท่านั้น จึงไม่มั่นใจว่ามีการเปลี่ยนรหัสไปแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ ในระหว่างที่มีการยกตู้เซฟออก ลูกชายได้โทรศัพท์มาทางนิติบุคคลแจ้งว่ายังไม่อยากให้ยกตู้เซฟไป โดยอ้างว่าต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.วังทองหลาง มาจัดการก่อน แต่ทางแม่ภัทรและทีมงานสายไหมต้องรอดเห็นตรงกันว่าเป็นทรัพย์สินของแม่ จึงต้องนำมาส่งมอบให้ตำรวจเก็บรักษาไว้เป็นของกลางในคดี

2190986_0

ทรัพย์สินประเมินกว่า 9 ล้านบาท ลั่นหากไม่คืนกุญแจพร้อมจ้างช่างงัด

แม่ภัทร กล่าวเพิ่มเติมว่า ทรัพย์สินภายในตู้เซฟหากประเมินตามราคาตลาดปัจจุบันน่าจะมีมูลค่ากว่า 9 ล้านบาท เนื่องจากมีทองคำแท่งและทองรูปพรรณอยู่ภายใน ซึ่งมูลค่าสูงขึ้นจากวันที่ซื้อเก็บไว้ นอกจากนี้ ทรัพย์สินที่บันทึกไว้ล่าสุดประมาณ 90% ยังประกอบด้วย ต่างหู 2 คู่, แหวนรุ่น 2 วง และแหวนเพชร 2 วง

"ตอนนี้แม่ไม่มีที่อยู่และมีภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตค่อนข้างมาก จึงจำเป็นต้องนำทรัพย์สินข้างในออกมาใช้จ่าย แต่ก็ยอมรับว่ากังวล หากเปิดออกมาแล้วข้างในอาจไม่มีทรัพย์สินอยู่เลย หรือมีไม่ครบตามรายการที่เคยถ่ายภาพเก็บไว้" แม่ภัทร กล่าว

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ และแม่ภัทร ระบุตรงกันว่า หากลูกชายบริสุทธิ์ใจและตู้เซฟไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย ก็ควรนำกุญแจมาเปิดตู้เซฟร่วมกันต่อหน้าพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และสื่อมวลชน เพื่อความโปร่งใส แต่หากลูกชายยังคงบ่ายเบี่ยงไม่ยอมนำกุญแจมาคืน ทางแม่ภัทรจะปรึกษาพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการออกหมายเรียก หรือจ้างช่างกุญแจมางัดเปิดตู้เซฟต่อหน้าตำรวจและบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ พฐ. ตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888