"เบนซ์" ลูกแม่ภัทร ร้องกองปราบ ฟ้องศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โต้ฉกเงินในเซฟ

"เบนซ์" ลูกชาย "แม่ภัทร" พร้อมทนายลูกเกดและทีมกฎหมาย หอบหลักฐานบุกร้องกองปราบ ดำเนินคดีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุชื่อดัง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ข้อหาฉ้อโกงและแอบอ้างเป็นสถานพยาบาล หลังพบปิดบังข้อมูล ไม่ตรงปก เจ้าตัวเปิดหน้าโต้กระแสข่าวลือ ยืนยันไม่ได้ขังแม่ในกรง-ไม่เคยฉกทรัพย์สินตู้เซฟ 9 ล้านบาท ปัดหลบหนีไปต่างประเทศ ชี้เครียดหนักจนแพนิก วอนแม่กลับมาพูดคุยกันภายในครอบครัว
29 ต.ค. 2569 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายเฉลิมฤทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี หรือ "เบนซ์" บุตรชายของ "แม่ภัทร" เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พร้อมด้วย น.ส.นวภัสร์ ภูสุนาทัน หรือ "ทนายลูกเกด" และ นายณัฐพล พรหมเลิศ ที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและแจ้งความดำเนินคดีกับ "ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโสธรชัยเนอร์สซิ่งโฮม" ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ในข้อหาฉ้อโกงและแอบอ้างเป็นสถานพยาบาล หลังพบพฤติการณ์เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน
นายณัฐพล ที่ปรึกษากฎหมาย เปิดเผยว่า ศูนย์ดังกล่าวมีการโฆษณาแอบอ้างว่ามีทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพคอยดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งที่ในความเป็นจริงเป็นเพียงสถานดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Home) ทั่วไปที่ไม่มีแพทย์ประจำการ นอกเหนือจากนี้ยังมีการสร้างพฤติกรรมส่งภาพและคลิปวิดีโอรายงานผู้ว่าจ้างว่าผู้สูงอายุมีความเป็นอยู่สบายดีเพื่อเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน ซึ่งเข้าข่ายการฉ้อโกงและปิดบังข้อเท็จจริง โดยขณะนี้มีกลุ่มผู้เสียหายรายอื่นมากกว่า 30-40 ราย ที่ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน ได้ติดต่อผ่านเพจทนายลูกเกดเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมเข้าแจ้งความเพิ่มเติม
ทางด้าน นายเฉลิมฤทธิ์ หรือ "เบนซ์" ได้เปิดเผยโต้กระแสข่าวลือในโลกออนไลน์อย่างหมดเปลือก โดยยืนยันว่าตนไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศตามที่มีข่าวลือ และเป็นผู้เดินทางไปรับตัวแม่ภัทรออกจากศูนย์ดูแลด้วยตนเองพร้อมกับน้าสาว ทั้งนี้ก่อนนำแม่ไปเข้าศูนย์ไม่ได้เดินทางไปดูสถานที่จริงเนื่องจากระยะทางไกล แต่ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดด้วยการจองห้องปรับอากาศเดี่ยว ส่วนภาพกรงขังที่ปรากฏในสื่อมวลชน ตนไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่เคยนำแม่ไปขังไว้ตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งตนก็ถือเป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกทางศูนย์ปิดบังข้อมูลและภาพความเป็นจริงเช่นกัน
สำหรับประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องตู้เซฟและทรัพย์สินของแม่ภัทรที่ระบุว่าสูญหายไปมูลค่ากว่า 9,000,000 บาทนั้น นายเฉลิมฤทธิ์ ยืนยันหนักแน่นว่าตนไม่เคยนำทรัพย์สินของแม่ออกไปแม้แต่บาทเดียวหรือชิ้นเดียว ส่วนการย้ายตู้เซฟเกิดจากน้าสาวต้องการปล่อยบ้านหลังดังกล่าวให้เช่า จึงขอร้องให้ตนช่วยย้ายเซฟออกไปเก็บไว้ที่อื่น ซึ่งตนมีหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจ และจากการเปิดตู้เซฟร่วมกับน้าสาวในอดีต ทรัพย์สินภายในไม่ได้สูงถึง 9 ล้านบาทตามอ้าง โดยมีเพียงทองคำรับขวัญหลานเท่านั้น ไม่ได้มีทองคำแท่งจำนวนมากอย่างที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด
นายเฉลิมฤทธิ์ ยอมรับว่า กระแสข่าวโจมตีที่เกิดขึ้นทำให้ตนเครียดอย่างหนักจนเกิดอาการแพนิก ต้องเข้ารับการรักษากับแพทย์และรับยามาประคองอาการ ส่วนสาเหตุที่ออกมาชี้แจงช้าเนื่องจากต้องใช้เวลารวบรวมเอกสารจากหน่วยงานราชการ พร้อมระบุว่าเพิ่งได้คุยโทรศัพท์กับแม่เรื่องการไกล่เกลี่ย และอยากให้กลับมาพูดคุยกันภายในครอบครัวมากกว่าการออกสื่อ ขณะที่ ทนายลูกเกด เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีกลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 ราย ทั้งอดีตลูกจ้าง ซัพพลายเออร์ และช่างรับเหมา ติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลว่า เคยถูกบุคคลคนหนึ่งใช้เทคนิคทางกฎหมายฟ้องร้องในข้อหาต่างๆ เช่น ลักทรัพย์ หรือปิดบ้านไม่ให้เข้า ซึ่งทางทีมกฎหมายมีหลักฐานทั้งภาพ คลิป และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์พร้อมนำมาแถลงชี้แจงตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
