เดือดสภา! "ศุภชัย" นำฝ่ายรัฐบาลบอยคอตต์ประชุมซัด "โรม" ทำ กมธ. เป็น "บันเทิงธิปไตย" ใช้อำนาจเกินหน้าที่หรือไม่ เก้าอี้ประธานไม่ใช่ของ ‘บรรพบุรุษ’ ใคร
z-z582734308381.webp)
"ศุภชัย" นำทีม กมธ. ฝ่ายรัฐบาล บอยคอตต์ประชุม กมธ.กฎหมายฯ! อัด "รังสิมันต์ โรม" ใช้อำนาจเกินขอบเขตข้อบังคับสภาฯ ดันทุรังออกคำสั่งเรียก "นายกฯ อนุทิน" สอบปมทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งที่นายกฯ ทำหนังสือโต้แย้งอำนาจหน้าที่ ซัดเปลี่ยนสภาเป็น "บันเทิงธิปไตย-Entertainment Crazy" เอาเรื่องการเมืองมาเล่นใน กมธ. จ่อชงประธานสภาฯ วินิจฉัยด่วน พร้อมฝากคำเตือนถึงโรม เก้าอี้ประธานแค่เรื่องสมมุติ ขอให้กลับมาอยู่ในที่ชอบๆ ตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงกรณีความขัดแย้งในการประชุม กมธ.กฎหมายฯ ซึ่งมีวาระพิจารณาเรื่องการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นประจำปี 2567-2569 ที่มีการออกคำสั่งเรียกให้นายกรัฐมนตรีมาชี้แจง
นายศุภชัย เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ส่งหนังสือแจ้ง 2 ฉบับ ถึงประธาน กมธ.กฎหมายฯ และประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้พิจารณาตามข้อ 90 วรรคสี่ ของข้อบังคับการประชุมสภาฯ ว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กมธ.กฎหมายฯ หรือไม่ ด้วยเหตุนี้ กมธ. สัดส่วนฝ่ายรัฐบาลจำนวน 6 คน พร้อมด้วย กมธ. ฝ่ายค้านบางคน จึงมองว่าการกระทำของประธาน กมธ. คือ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ส่อไปในทางผิดข้อบังคับ จึงมีมติ "ไม่เข้าร่วมการประชุมในวันนี้" เพื่อแสดงจุดยืนประท้วง แต่ทว่าในห้องประชุมที่มีเพียงสัดส่วนฝ่ายค้าน ก็ยังพยายามจะดันทุรังออกคำสั่งเรียกนายกรัฐมนตรีซ้ำอีก ซึ่งสุดท้ายไม่สามารถออกเป็นมติได้เพราะเสียงไม่ถึง
นายศุภชัย กล่าวเน้นย้ำว่า การกระทำของประธาน กมธ. ที่มาจากพรรคฝ่ายค้านเริ่มกลายเป็นปัญหาวิกฤตของสภา หลังจากนี้ตนและ กมธ. เสียงข้างมาก จะยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้วินิจฉัยชี้ขาดโดยเร็ว หากประธาน กมธ. ทำเกินขอบเขตกฎหมาย ย่อมส่งผลเสียต่อสภาและประชาชน พร้อมชี้ว่าหลายเรื่องที่ถูกบรรจุพิจารณาไม่เกี่ยวกับ กมธ.กฎหมายฯ เลย เช่น กรณีสามีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ (สส.ไอเดียร์) สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่ประธานสั่งบรรจุเองโดยไม่มีมติที่ประชุม
"วันนี้ไม่ได้เจตนาหวังผลอะไรแต่เจตนาหวังผลเรื่องการเมือง ก็บันเทิงธิปไตยอย่างที่เขาพูดกัน สภาไม่ควรตกเป็นเครื่องมือให้การเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้ประโยชน์จากกรรมาธิการ ควรจะดึงกลับมาอยู่จุดเดิมในข้อบังคับที่ควรจะเป็น" นายศุภชัย กล่าว
เมื่อถูกถามย้ำว่าเป็นการปกป้องนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายศุภชัย ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีพร้อมมาชี้แจงเหมือนรัฐมนตรีท่านอื่น แต่ติดปัญหาตรงที่เมื่อเชิญมาชี้แจงเรื่องหนึ่ง ในห้องกลับพูดอีกเรื่อง และนำไปแถลงข่าวอีกเรื่อง ซึ่งไม่ชอบด้วยข้อบังคับ พร้อมเปรยถึงการทำงานร่วมกับนายรังสิมันต์ โรม ในอนาคตว่า หากยังยึดแนวเดิมแบบ "Entertainment Crazy" ฝ่ายรัฐบาลก็พร้อมใช้มาตรการตามข้อบังคับดำเนินคดีสู้
"กรรมาธิการบ้านหลังนี้ ไม่ได้เป็นบ้านของท่าน เก้าอี้ประธานที่บรรพบุรุษให้ท่านมา ไม่ได้มีโคตรเหง้าที่ไหนให้ท่านมา เรื่องเหล่านี้เพียงแต่ท่านทำตรงไปตรงมา เก้าอี้ตรงนี้เป็นเก้าอี้สมมุติให้ท่าน แต่ถ้าวันหนึ่งท่านคิดว่าเก้าอี้นี้เป็นของท่านอยู่และจะชี้ใครก็ได้ ถึงเวลาใครยกมือแล้วไม่พอใจก็กดไม่ให้พูด ถึงเวลาจะไล่ออกจากห้องประชุม... ดังนั้นจึงหวังว่าให้ท่านเมตตากลับมาอยู่ในที่ชอบๆ ตามกฎหมายตามข้อบังคับ" นายศุภชัย กล่าวย้ำทิ้งท้าย
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
