เดือดต่อเนื่อง! “ออยศรี” ซัดแฟนคลับ “บุ๋ม ปนัดดา” ลั่นยิ่งด่า ยิ่งชอบ ยิ่งตรวจสอบ
z-z1158996552301.webp)
“ออยศรี” สวนกระแสแฟนคลับ “บุ๋ม ปนัดดา” ลั่นยิ่งด่า-ยิ่งชอบ-ยิ่งตรวจสอบ! วอนรัฐลุยตรวจทุกมูลนิธิให้เท่าเทียม ด้าน “ทนายวิน” จี้สอบเงินใช้จ่ายตรงวัตถุประสงค์ไหม
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศความคืบหน้ากรณีมหากาพย์ตรวจสอบเส้นทางการเงินของ “มูลนิธิองค์กรทำดี” ล่าสุด นางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “ออยศรีและผองเผือก” และผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด พร้อมด้วย นายธนาคาร น้อยพิทักษ์ หรือ “ทนายวิน” ได้ออกมาเปิดใจและให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นร้อนดังกล่าวอย่างดุเดือด

ออยศรีชี้ควรตรวจทุกมูลนิธิเท่าเทียม-ซัดชาวเน็ตหยุดโยงการเมือง:
ออยศรี เปิดเผยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเดินทางมาไกลกว่าที่คิดไว้ และเห็นว่าไม่ควรจำกัดการตรวจสอบอยู่แค่มูลนิธิองค์กรทำดีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น แต่ภาครัฐควรบูรณาการตรวจสอบทุกมูลนิธิทั่วประเทศอย่างเท่าเทียมและมีมาตรฐานเดียวกัน ไม่ควรนำจำนวนเงินบริจาคมาเป็นเกณฑ์วัด เพราะทุกยอดเงินมีสิทธิ์ถูกตรวจสอบได้ทั้งหมด พร้อมทั้งยอมรับว่าตนเคยเป็นหนึ่งในผู้ร่วมบริจาคให้กับมูลนิธิฯ ดังกล่าวเช่นกัน
นอกจากนี้ ออยศรียังได้ฝากถึงชาวเน็ตและกลุ่มแฟนคลับที่พยายามขุดคุ้ยข้อมูลส่วนตัว รวมถึงเชื่อมโยงบริษัทของตนที่ไปเช่าพื้นที่เอกชนเข้ากับนักการเมือง โดยยืนยันว่าการเช่าพื้นที่เป็นสิทธิ์ที่ทุกคนทำได้ การที่เจ้าเป็นนักการเมืองไม่ได้หมายความว่าเธอมีความเกี่ยวข้องทางการเมืองแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่มีแฟนคลับประกาศจะโอนเงินคืนให้ 1,000 บาท เธอกล่าวว่าไม่อยากให้โฟกัสเรื่องเงินคืน เพราะประเด็นใหญ่คือการพบเงินหมุนเวียนในระบบบัญชีของมูลนิธิฯ สูงถึง 1,000 ล้านบาท ซึ่งสังคมควรหันมามุ่งเป้าตรวจสอบข้อเท็จจริงตรงจุดนี้มากกว่า

ลั่นยิ่งด่าก็ยิ่งชอบ-ไม่ขอโทษแม้ บุ๋ม ปนัดดา รอดพ้นข้อครหา:
ออยศรี กล่าวทิ้งท้ายอย่างเผ็ดร้อนว่า “ยิ่งถูกด่า เธอก็ยิ่งชอบ เพราะยิ่งทำให้เกิดการตรวจสอบ และแม้สุดท้ายคุณบุ๋ม ปนัดดา จะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้ เธอก็จะไม่กล่าวคำขอโทษ” เพราะมองว่าสิ่งที่เธอและทีมงานทำเป็นการตรวจสอบอย่างถูกต้องตามสิทธิ์ของประชาชน
ทนายวินลุยยื่นร้องรัฐบาลจี้สอบวัตถุประสงค์การใช้เงิน:
ด้าน ทนายวิน เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีของมูลนิธิองค์กรทำดีที่ขณะนี้ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้รับเรื่องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว วันนี้จึงได้เดินทางมายื่นเรื่องผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อขอให้หน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจด้านการปกครองเข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของมูลนิธิฯ ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งหรือไม่
ส่วนกรณีที่ อาจารย์ธงทอง จันทรางศุ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับชื่อบริษัท “ออยศรีและผองเผือก” นั้น ทนายวินชี้แจงว่าชื่อดังกล่าวมาจากชื่อเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวก่อนนำมาจดทะเบียนเป็นบริษัท ซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญของคดี พร้อมทั้งระบุทิ้งท้ายว่า หากทางมูลนิธิฯ เคยชี้แจงว่ามีการจัดตั้งคณะกรรมการ มีสื่อมวลชนอาวุโสและฝ่ายกฎหมายเข้ามาร่วมทำงานอย่างรอบคอบ ก็จะเป็นผลดีต่อการตรวจสอบให้มีความโปร่งใสและง่ายยิ่งขึ้น
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
