00
00

จากค่ำคืนการพักผ่อนธรรมดาในร้านอาหารหลังโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ กลับกลายเป็นฝันร้ายชั่วชีวิตของ น.ส.โอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี เมื่อเธอต้องเผชิญกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่ไม่คาดฝัน เพียงเพราะการปฏิเสธมิตรภาพที่ไม่พึงปรารถนา

บาดแผลฉกรรจ์บริเวณขมับซ้าย ยาวลามลงมาถึงใบหน้าและคาง ไม่เพียงแต่สร้างรอยแผลเป็นขนาดใหญ่และทำลายเส้นประสาทบนใบหน้าจนได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง แต่ยังทำให้ชีวิตของหญิงสาววัย 28 ปีคนนี้ต้องหยุดชะงัก เธอต้องแบกรับทั้งภาวะซึมเศร้า ค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก และความหวาดผวาต่อคำขู่คุกคามที่ว่า “คู่กรณีเป็นลูกของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของวันที่ 12 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายเล่าว่า ขณะที่เธอกำลังนั่งดื่มกินภายในร้าน นายต้น (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี ได้เดินเข้ามาทักทาย ชวนชนแก้ว และพยายามจับมือเธอ แต่เมื่อเธอปฏิเสธและพยายามปลีกตัวจนเกิดอุบัติเหตุเบียร์หกใส่โทรศัพท์มือถือ เธอจึงแจ้งเจ้าของร้านให้ช่วยเข้ามาไกล่เกลี่ย

แม้ทางร้านจะเชิญตัวนายต้นออกจากโต๊ะไปแล้ว แต่นายต้นกลับเดินย้อนกลับมาพร้อมแก้วเหล้าในมือ ก่อนจะ ฟาดเข้าที่ขมับซ้ายของผู้เสียหายอย่างรุนแรง แรงปะทะส่งผลให้เศษแก้วบาดลึก เลือดไหลนองท่วมตัว พลเมืองดีต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลรัตนบุรี ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสุรินทร์อย่างเร่งด่วนเนื่องจากอาการสาหัสและเสียเลือดมาก

เรื่องราวกลับยิ่งบีบคั้นหัวใจผู้เสียหายและครอบครัวมากขึ้น เมื่อการเจรจาขอความรับผิดชอบเรื่องค่ารักษาพยาบาลไม่เป็นผล โดยฝั่งคู่กรณีกลับให้คำตอบในลักษณะท้าทายว่า “ถ้าอยากได้ให้ไปเอาที่ศาล” สร้างความหมดหวังและทำให้ผู้เสียหายรู้สึกเหมือนกำลังต้องต่อสู้เพียงลำพัง

กระทั่งเรื่องนี้รู้ไปถึงหูของ “บัวขาว บัญชาเมฆ” ยอดนักมวยไทยระดับโลก ซึ่งมีความสนิทสนมกับผู้เสียหายในฐานะน้องสาวในกลุ่ม บัวขาวจึงตัดสินใจออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียอย่างดุเดือด โดยโพสต์ประณามการกระทำดังกล่าว พร้อมประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เงียบหาย และจะติดตามคดีอย่างถึงที่สุด “เรื่องนี้ต้องยึดความถูกต้องเป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครมีอิทธิพล... น้องสาวผมถูกทำร้ายจนหน้าเสียโฉมเพียงเพราะปฏิเสธการชนแก้ว แล้วยังโดนท้าให้ไปฟ้องเอาเอง เงินหรืออิทธิพลไม่ควรอยู่เหนือความยุติธรรม

ส่วนการดำเนินคดี: พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์และรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว โดยผู้ถูกกล่าวหาได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาใน คดีอาญาที่ 497/2569   ผลการเจรจา เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้จัดให้คู่กรณีเข้าร่วมเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายและค่าบำบัดรักษา แต่ไม่สามารถตกลงกันได้เนื่องจากฝ่ายผู้ถูกกล่าวหายืนยันว่าจะชดใช้ในชั้นศาลเท่านั้น  

ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหา: พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาหนักรวม 3 ข้อหา ได้แก่:ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297)   กระทำอนาจาร (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278)ทำให้เสียทรัพย์ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358) ขณะที่ พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ ได้ลงมากำชับด้วยตนเอง ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีการละเว้นหรือปล่อยให้อิทธิพลใดๆ มาอยู่เหนือกฎหมาย  

บทสรุป: ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ไม่ควรถูกเหยียบย่ำสกู๊ปข่าวชิ้นนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงภัยสังคมที่เกิดขึ้นจากความคึกคะนองและการใช้กำลังตัดสินปัญหาในสถานบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็น "บททดสอบกระบวนการยุติธรรมไทย" ในระดับท้องถิ่น ว่าจะสามารถปกป้องประชาชนคนธรรมดาให้พ้นจากเงาของอิทธิพลมืดได้จริงหรือไม่   ในวันที่บาดแผลบนใบหน้าของเหยื่อยังคงย้ำเตือนถึงความรุนแรง สังคมกำลังจับตาดูว่า คำว่า "ความยุติธรรม" จะถูกประทานให้แก่ผู้บริสุทธิ์อย่างเท่าเทียม หรือจะต้องรอให้มีผู้มีชื่อเสียงออกมาป่าวร้อง เสียงของเหยื่อจึงจะดังพอให้กฎหมายทำงาน

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888