GeminiGeneratedImageue26vtue26vtue26
Gemini_Generated_Image_ue26vtue26vtue26

"ออยศรี" พร้อมด้วย นายภูวกร ศรีเนียน ที่ปรึกษากฎหมาย เดินหน้าติดตามการตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดี จี้พนักงานสอบสวนตรวจสอบกรรมการมูลนิธิทุกคนที่มีส่วนอนุมัติให้ "บุ๋ม ปนัดดา" เบิกจ่ายเงินเกิน 500,000 บาท พร้อมตั้งคำถามปมโอนเงินเข้าบัญชีสามีและการจ้างผู้รับเหมา ด้านที่ปรึกษากฎหมายแฉมูลนิธิยังไม่ส่งงบดุลปี 2567-2568 ปัดรับงานการเมืองหรือวางแผนล่อซื้อ ท้าหากมีหลักฐานว่ารับงานให้ไปแจ้งความได้ทันที

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 พ.ย. ที่บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด บ้านเรือนไทยตรงข้ามศูนย์ราชการ น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “ออยศรีและผองเผือก” และผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ออยศรีและผองเผือก จำกัด พร้อมด้วยนายภูวกร ศรีเนียน หรือ “เจตน์” ภาคี HETA ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเข้าตรวจสอบการบริหารเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ภายหลังเมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปยังศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กรณีบริจาคเงินจำนวน 1,000 บาท เมื่อเดือนธันวาคม 2568

โดยออยศรี ยืนยันว่า การแจ้งความในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดี รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ได้มุ่งตรวจสอบเฉพาะคุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เท่านั้น โดยเฉพาะกรณีที่คุณบุ๋มชี้แจงว่า บัญชีที่มีการโอนเงินไปนั้นไม่ใช่บัญชีของมูลนิธิ แต่เป็นบัญชีที่ได้รับมติจากคณะกรรมการให้ใช้รับและดำเนินการเกี่ยวกับเงินดังกล่าว ซึ่งออยศรีมองว่า หากเป็นเช่นนั้น กรรมการทุกคนที่มีส่วนร่วมในการพิจารณาและอนุมัติให้ใช้บัญชีดังกล่าว ก็ควรต้องได้รับการตรวจสอบด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินจำนวนเกิน 500,000 บาท ซึ่งมีการชี้แจงว่า ต้องมีมติคณะกรรมการรองรับ พร้อมตั้งคำถามว่า หากคุณบุ๋มและสามีไม่ทราบเรื่องการโอนเงิน เหตุใดจึงมีเงินโอนไปยังบัญชีของสามี โดยเห็นว่าไม่ควรให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งออกมารับผิดชอบเพียงคนเดียว แต่ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครอบคลุมทั้งผู้โอนเงิน ผู้รับเงิน ตลอดจนเส้นทางการนำเงินไปใช้จ่าย เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือไม่

ส่วนความเคลื่อนไหวล่าสุดของ “ก๊อต” สามีคุณบุ๋ม ออยศรีระบุว่า ไม่ได้ให้ความสนใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของทั้งสองคน แต่ต้องการติดตามตรวจสอบเฉพาะประเด็นเส้นทางการเงินและเรื่องที่ดินเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ออยศรียังตั้งข้อสงสัยกรณีคุณบุ๋มออกมาชี้แจงว่า ไม่ทราบว่าผู้รับเหมาก่อสร้างของมูลนิธิเป็นใคร โดยมองว่าในฐานะประธานมูลนิธิซึ่งมีหน้าที่ดูแลเงินบริจาคจากประชาชน ควรต้องรับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการว่าจ้างผู้รับเหมา ทั้งการตกลงใช้พื้นที่ การทำสัญญา และการอนุมัติเบิกจ่ายเงิน จึงต้องการให้มีการตรวจสอบว่าใครเป็นผู้รับจ้างก่อสร้าง รวมถึงใครเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติเงินในโครงการดังกล่าว เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน

ส่วนกรณีที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่า การบริจาคเงินจำนวน 1,000 บาท เป็นการวางแผนล่อซื้อหรือไม่นั้น ออยศรียืนยันว่าไม่ใช่การวางแผน แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ โดยที่ผ่านมาเคยชื่นชมการทำงานของคุณบุ๋มมาโดยตลอด โดยเฉพาะการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน แม้กระทั่งในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ จึงทำให้ตัดสินใจบริจาคเงินด้วยความบริสุทธิ์ใจตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ก่อนจะพบข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีรับบริจาคในชื่อมูลนิธิองค์กรทำดีโดยปนัดดา วงศ์ผู้ดี จึงนำข้อมูลดังกล่าวออกมาเปิดเผยและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้เงินบริจาคที่เกิดขึ้น

ออยศรียังปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าได้รับงานจากบุคคลใดให้มาโจมตีคุณบุ๋ม พร้อมท้าทายว่าหากใครมีหลักฐานว่าตนรับงานมาดำเนินการเรื่องดังกล่าวจริง ก็สามารถนำหลักฐานไปแจ้งความดำเนินคดีได้ทันที พร้อมย้ำว่า แม้ขณะนี้จะมีข้อขัดแย้งกับคุณบุ๋ม แต่การบริจาคเงินจำนวนดังกล่าวเกิดจากความตั้งใจที่จะช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง อย่างไรก็ตาม เห็นว่าคุณบุ๋มควรออกมาชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจนว่า เงินบริจาคที่มีการโอนออกไปนั้น ถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือไม่

ส่วนข้อสงสัยว่าการออกมาเปิดเผยข้อมูลและตรวจสอบเรื่องดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองหรือไม่นั้น ออยศรียืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องทางการเมือง และที่ผ่านมาไม่เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองมาก่อน แม้ว่าสถานที่ตั้งบริษัทที่ปรึกษากฎหมายของตนจะอยู่ในพื้นที่ของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) รายหนึ่ง แต่ความสัมพันธ์เป็นเพียงผู้เช่ากับผู้ให้เช่าเท่านั้น โดยยอมรับว่ารู้จักและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ยืนยันว่าอดีต สส.รายดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริจาคเงิน หรือการออกมาตรวจสอบมูลนิธิองค์กรทำดีในครั้งนี้แต่อย่างใด

ด้านนายภูวกร ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กล่าวว่า ทุกองค์กรและมูลนิธิมีหน้าที่ต้องรายงานบัญชีรายรับ-รายจ่ายในช่วงสิ้นปีต่อกรมสรรพากรและนายทะเบียนฝ่ายปกครอง แต่ที่ผ่านมาองค์กรและมูลนิธิแทบทุกแห่งในช่วง 3 ปีแรกมักไม่มีการรายงาน เนื่องจากอาจติดภารกิจต่าง ๆ อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการผ่อนปรนมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ปีที่ 4 หากองค์กรหรือมูลนิธิใดยังไม่มีการส่งงบดุล ก็จะมีการทวงถามไปยังองค์กรและมูลนิธิเหล่านั้น

สำหรับมูลนิธิองค์กรทำดีของคุณบุ๋มนั้น นายภูวกรระบุว่า ยังไม่มีการส่งงบดุลในช่วงปี 2567-2568 จึงต้องการฝากไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบและตรวจสอบ ให้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินงานและการบริหารจัดการเงินของมูลนิธิองค์กรทำดีต่อไป.

 

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888