อสส. ประกาศภารกิจ 2 ปี ล้างภาพอัยการยักษ์ไร้เขี้ยว ยกโมเดล FBI
z-z1713796738399.webp)
อสส.ประกาศภารกิจ 2 ปี ล้างภาพ “ยักษ์ไร้เขี้ยว”! ชูโมเดล FBI ดัน “วัชรินทร์” นำทัพสำนักงานสอบสวน ลุยงานเชิงรุกป้องปรามอาชญากรรมทัดเทียมสากล

กรุงเทพมหานคร – เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมมอบนโยบายการบริหารงานประจำปีงบประมาณ 2570–2571 แก่ผู้บริหารสำนักงานอัยการทั่วประเทศผ่านระบบออนไลน์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา นายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุด คนที่ 21 ได้แสดงวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาองค์กรอัยการไทยที่มีความน่าสนใจ โดยเน้นย้ำถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจหน้าที่ให้สอดคล้องกับบริบทกระบวนการยุติธรรมในระดับสากล

ชี้ข้อจำกัดอัยการไทยมีอำนาจตั้งรับ เปรียบเทียบโครงสร้าง FBI ต่างประเทศ
นายโกวิท เปิดเผยว่า หลังจากเข้ารับตำแหน่งอัยการสูงสุด ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการทำภารกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม เนื่องจากระบบงานของอัยการไทยมีความแตกต่างจากนานาประเทศทั่วโลก ในต่างประเทศกระบวนการยุติธรรมมักจะมีหน่วยงานพิเศษลักษณะแบบ FBI (Federal Bureau of Investigation) เป็นของตนเอง ซึ่งรวมงานสืบสวน สอบสวน และป้องกันอาชญากรรมไว้ครบวงจรภายใต้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับชาติ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายหรืออัยการสูงสุดในต่างประเทศจะมีบทบาทกำกับดูแลกระบวนการทั้งหมดอย่างเบ็ดเสร็จ

ย้อนกลับไปในอดีต ช่วงที่สำนักงานอัยการสูงสุดยังสังกัดอยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย การประสานงานระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง และอัยการ สามารถทำได้อย่างเบ็ดเสร็จและมีประสิทธิภาพ แต่เมื่ออัยการแยกตัวออกมาเป็นอิสระเพื่อความเป็นกลางและไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายการเมือง บริบทจึงเปลี่ยนไป กลายเป็น “ยักษ์ตัวใหญ่” ที่มีอำนาจฟ้องคดี แต่อำนาจในการสืบสวนสอบสวนเชิงป้องกันหรือป้องปรามเหตุยังคงขาดหายไป ทำให้เวลาที่อัยการไทยเดินทางไปประชุมร่วมกับองค์กรอัยการนานาชาติ ประเทศอื่นๆ มักจะเข้าใจว่าอัยการไทยมีอำนาจเบ็ดเสร็จครอบคลุมเหมือนกับสากล ทั้งที่ในความเป็นจริงอัยการไทยมีหน้าที่เพียง “ตั้งรับ” รอรับสำนวนจากพนักงานสอบสวนเท่านั้น

ดัน “วัชรินทร์ ภาณุรัตน์” นำทัพสำนักงานสอบสวน ลุยภารกิจเชิงรุกในวาระ 2 ปี
อัยการสูงสุด ระบุอีกว่า ในช่วงระยะเวลาทำงาน 2 ปีต่อจากนี้ ตนมีความตั้งใจที่จะผลักดันแนวคิดและสื่อสารการพัฒนาองค์กรอัยการไทยให้ก้าวทันมาตรฐานสากล โดยเริ่มก้าวเดินผ่านบันไดขั้นแรกด้วยการสนับสนุนบทบาทของ สำนักงานการสอบสวน ซึ่งมี ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นอธิบดีอัยการสำนักงานสอบสวน เข้ามาช่วยกำกับดูแลและเริ่มลงมือทำภารกิจเชิงรุกมากยิ่งขึ้น แม้ในปัจจุบันอัยการไทยจะยังไม่มีอำนาจป้องปรามเหตุอย่างเต็มรูปแบบเหมือนต่างประเทศ แต่เชื่อมั่นว่าหากเริ่มต้นก้าวแรกแล้ว ก็จะสามารถผลักดันก้าวต่อไปได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือขยายขอบเขตอำนาจให้ทัดเทียมกับระดับสากลนั้น ไม่สามารถทำได้ทันทีโดยลำพัง แต่จะต้องอาศัยการผลักดันทางกฎหมายผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกับประชาชนและสังคม เพื่อให้อרגกรอัยการไทยสามารถตอบโจทย์ความยุติธรรมของประชาชนได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
