สุดช้ำ! พี่สาวเหยื่ออุบัติเหตุโร่ร้องสื่อ ถูกแก๊งแอบอ้างชื่อ “นายโอม” ตุ๋นเงินค่าประกัน 2 ล้านบาท อ้างเคลียร์ตำรวจ-อัยการบนโรงพักเมืองระยอง
z-z20640869672.webp)
อ้างเคลียร์คดีฉก 2 ล้าน! พี่ชายถูกรถชนเหตุเกิดบนโรงพักเมืองระยอง! นางสมนึก อายุ 56 ปี หอบหลักฐานร้องสื่อ ถูกแก๊งแอบอ้างชื่อ “นายโอม” ร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง ตุ๋นเงินค่าประกันอุบัติเหตุรถชนพี่ชายเสียชีวิต 2 ล้านบาท อ้างนำไปเคลียร์ตำรวจ-อัยการบนโรงพัก สภ.เมืองระยอง ชีวิตปัจจุบันไร้บ้านอยู่ เหลือเงินติดบัญชี 24 บาท ต้องนอนโรงพักขอข้าวกิน วอนหน่วยงานช่วยเหลือ

ระยอง – เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2561 นางสมนึก อายุ 56 ปี ชาวตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ได้นำเอกสารบันทึกประจำวันและหลักฐานทางคดีเข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว ด้วยความทุกข์ระทมหลังถูกหลอกลวงเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตจากกรณีการเสียชีวิตของพี่ชาย ซึ่งถูกรถบรรทุกเทรลเลอร์เฉี่ยวชนเสียชีวิตในพื้นที่ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

อุบายแสบ! อ้างวิ่งเต้นคดีก่อนบังคับถอนเงินสดคาธงธนาคาร 2 ล้านบาท
นางสมนึก เปิดเผยด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า หลังจากพี่ชายเสียชีวิต ตนได้รับการติดต่อจากชายหนุ่มคนหนึ่งอ้างชื่อว่า "นายโอม" เข้ามาเสนอตัวขอช่วยวิ่งเต้นคดีเพื่อให้ได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกันภัยของคู่กรณี ต่อมานายโอมและนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอกหรือที่เรียกกันว่า "รองดำ" ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้ให้ตนเซ็นเอกสารต่างๆ จนกระทั่งบริษัทประกันภัยอนุมัติจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนรวมเป็นเงิน 2,500,000 บาท
จากนั้นในวันรับเงิน นายโอมได้เดินทางไปประกบตนที่ธนาคารแห่งหนึ่งในตัวเมืองระยอง และบังคับให้ตนถอนเงินสดออกมาทั้งหมด โดยนายโอมได้หยิบเงินไปถึง 2,000,000 บาท และทิ้งให้ตนไว้เพียง 500,000 บาท พร้อมอ้างหน้าตาเฉยว่าเงิน 2 ล้านบาทที่เหลือต้องนำไปเคลียร์ให้กับตำรวจและอัยการในพื้นที่เพื่อให้คดีจบสิ้น หลังจากได้เงินไปแล้วนายโอมก็ขาดการติดต่อและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลยเป็นเวลาหลายเดือน

จำใจเซ็นยอมความต่อหน้าตำรวจ ยอดเงินเหลือติดบัญชีแค่ 24 บาท
ผู้เสียหายระบุต่อว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา นายโอมได้เดินทางจากภาคใต้กลับมาที่จังหวัดระยอง และพานางสมนึกไปพบกับนายตำรวจระดับรองผู้กำกับการท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของสำนวนคดี เพื่อให้ตนเซ็นเอกสารยอมรับว่าได้รับเงิน 500,000 บาทแล้วให้เรื่องจบลง ซึ่งตนมารู้ภายหลังว่าถูกหลอกลวง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อหน้ารองผู้กำกับการเจ้าของคดี ทำให้ตนเชื่อมั่นว่าน่าจะมีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจในขบวนการนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากตนไว้ใจให้ดำเนินการ โดยคิดว่าหากคดีลุล่วงตนก็พร้อมจะมีสินน้ำใจให้ตามสมควร ไม่ใช่ถูกฉกเงินไปเกือบหมดตัวเช่นนี้

สำหรับเงิน 500,000 บาทที่ได้รับมาตอนแรก ตนได้แบ่งให้ลูกเลี้ยงของพี่ชายไป 250,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 250,000 บาทก็ถูกลูกเขยโกงเอาไปจนหมด ปัจจุบันตนตกอยู่ในสภาพยากลำบากอย่างยิ่ง บ้านพักถูกยึด ไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องอาศัยนอนหลับนอนในห้องทำงานของตำรวจแห่งหนึ่งและคอยขอข้าวกินประทังชีวิต พร้อมทั้งนำหลักฐานสมุดบัญชีธนาคารที่มีเงินเหลืออยู่เพียง 24 บาท มาแสดงให้ผู้สื่อข่าวดู ก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา ทั้งนี้ วอนขอให้ศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามนำเงิน 2 ล้านบาทคืนมา เพื่อจะได้นำไปใช้รักษาอาการเจ็บป่วยเรื้อรังหลายโรค และหากไม่ได้เงินคืนก็จะขอเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
