สส.จตุพรลุยน้ำท่วมราชบุรี! รุดเยี่ยม 7 หลังคาเรือนเผชิญน้ำเน่าขังนาน 3 วัน เกษตรกรเฮือกใหญ่หลังพื้นที่เกษตรจมน้ำกว่า 300 ไร่ เร่งประสานหน่วยงานเร่งระบายด่วน
z-z1076498026575.webp)
ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมราชบุรี! นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ สส.ราชบุรี เขต 3 พร้อมทีมงาน ฝ่ายปกครอง และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ลุยน้ำตรวจเยี่ยมชาวบ้าน ต.จอมบึง (7 หลังคาเรือนน้ำเน่าขังนาน 3 วัน), ต.เบิกไพร (พื้นที่เกษตรจมน้ำกว่า 300 ไร่) และ ต.ด่านทับตะโก (น้ำห้วยเอ่อล้นท่วม 4 หลัง) พร้อมนำสิ่งของไปมอบบรรเทาความเดือดร้อน และเร่งประสานหน่วยงานระบายน้ำ-เยียวยาโดยด่วน

วันที่ 27 กันยายน 2569 สถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของจังหวัดราชบุรีส่งผลกระทบต่อชาวบ้านและเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 7 ต.จอมบึง ซึ่งมีบ้านเรือนประชาชน 7 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมขังนานกว่า 3 วัน จนน้ำเริ่มเน่าเสีย ขณะที่พื้นที่หมู่ 9 ต.เบิกไพร มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบกว่า 300 ไร่ และบ้านห้วยท่าช้าง หมู่ 4 ต.ด่านทับตะโก น้ำในห้วยเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนอีก 4 หลัง ด้าน สส.ราชบุรี เขต 3 ลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยเหลือ พร้อมเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของจังหวัดราชบุรี ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและเกษตรกร โดยมีทั้งบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง และพื้นที่ทางการเกษตรที่ถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง
ล่าสุด นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ราชบุรี เขต 3 พร้อมทีมงาน ฝ่ายปกครองตำบลจอมบึง และผู้นำชุมชน ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในหลายจุด


จุดแรก คณะได้ลงพื้นที่หมู่ 7 ตำบลจอมบึง หลังได้รับทราบว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังจำนวน 7 หลังคาเรือน โดยน้ำยังคงท่วมขังต่อเนื่องมานานกว่า 3 วัน และเริ่มส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน เนื่องจากน้ำที่ขังเป็นเวลานานเริ่มเน่าเสีย ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความกังวลต่อสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ภายในบริเวณบ้าน

นายจตุพรพร้อมทีมงานจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพปัญหา พูดคุยสอบถามความเดือดร้อนจากชาวบ้านโดยตรง พร้อมนำสิ่งของไปมอบให้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ขณะเดียวกันได้รวบรวมข้อมูลปัญหาเพื่อเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและการระบายน้ำออกจากพื้นที่

จากนั้นคณะได้ลงพื้นที่หมู่ 9 ตำบลเบิกไพร ซึ่งพบว่าผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบ้านเรือนประชาชนเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงพื้นที่การเกษตร โดยไร่นาของเกษตรกรถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างกว่า 300 ไร่ ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนและจำเป็นต้องเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือตามขั้นตอนของทางราชการ


ขณะที่บ้านห้วยท่าช้าง หมู่ 4 ตำบลด่านทับตะโก ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน หลังน้ำในห้วยท่าช้างเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ส่งผลให้มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมจำนวน 4 หลังคาเรือน โดยคณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ พร้อมพูดคุยกับประชาชนและติดตามความต้องการความช่วยเหลือในเบื้องต้น
นายจตุพรได้มอบสิ่งของเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมระบุถึงการเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะจุดที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังเป็นการรวบรวมข้อมูลความเสียหายจากประชาชนในพื้นที่โดยตรง ทั้งปัญหาน้ำท่วมขังภายในบ้านเรือน ปัญหาน้ำเริ่มเน่าเสียจากการท่วมขังเป็นเวลานาน รวมถึงความเสียหายด้านการเกษตร เพื่อเร่งนำข้อมูลไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
