ข่าวเจาะลึก1(15)
ข่าวเจาะลึก 1 (15)

"สว.ชีวะภาพ" อดีต หน.ชุดพยัคฆ์ไพร เผยลุยสอบเกือบ 1 ปี รวมหลักฐานมัดผิดอาญา จี้ภาครัฐเร่งฟ้องแพ่ง ที่ดินหลวงเสียหายเกือบ 3 พันไร่! ด้าน “นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ" มาฟังเอง สืบพยานคดีบุกรุกป่าราชบุรี พร้อมทนายความ

261714_0

วันที่ 8 ต.ค.69 เวลา 09.00 น.ที่ศาลจังหวัดราชบุรี ศาลได้นัดสืบพยานโจทก์ในคดีอาญาที่พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง โดย นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะอดีตรองอธิบดีกรมป่าไม้ และอดีตหัวหน้าชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร ได้เดินทางมาขึ้นเบิกความต่อศาลในฐานะพยานฝ่ายโจทก์ปากสำคัญ โดยที่ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ จำเลยในคดีนี้ ได้เดินทางมายังศาลจังหวัดราชบุรีด้วยตนเองเป็นการส่วนตัวเพื่อเข้าร่วมกระบวนการสืบพยาน พร้อมทีมทนายความที่นำแฟ้มเอกสารหลักฐานทางคดีจำนวนมากประมาณ 10 แฟ้ม เข้าสู่ชั้นพิจารณาของศาลด้วย

261736_0

ย้อนกลับไป คดีนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 จากการร้องเรียนของ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ นำไปสู่การลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกนานเกือบ 1 ปี โดยชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญาช่วงปลายเดือนธันวาคม 2563 มุ่งเน้นไปที่เอกสารสิทธิ์ประเภทใบจอง น.ส.3 ก. เนื้อที่ประมาณ 350 ไร่ และ ภ.บ.ท.5 อีกประมาณ 90 ไร่ รวมกว่า 400 ไร่ ในพื้นที่ตำบลรางบัว ซึ่งปัจจุบันกรมที่ดินได้สั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยมิชอบทั้งหมดแล้ว ส่งผลให้รัฐได้เนื้อที่ป่ากลับคืนมามากกว่า 2,000 ไร่ เพื่อนำไปฟื้นฟูหรือจัดทำเป็นป่าชุมชนต่อไป

261734_0

นายชีวะภาพ ยืนยันก่อนขึ้นเบิกความว่า คณะทำงานได้รวบรวมหลักฐาน กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องไว้อย่างครบถ้วนรอบด้าน ยืนยันว่าการยื่นฟ้องดำเนินคดีเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีการกลั่นแกล้งหรือมีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จำเลยยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม สว.ชีวะภาพ ได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญในทางกฎหมายว่า แม้กรมที่ดินจะเพิกถอนเอกสารสิทธิ์จนได้ป่าคืนแล้ว แต่ภาครัฐยังไม่ได้มีการดำเนินคดีฟ้องแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย ทั้งที่ประเมินมูลค่าความเสียหายทางทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เกือบ 3,000 ไร่ คิดเป็นมูลค่าสูงถึงหลายร้อยล้านบาท จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการฟ้องแพ่งดำเนินคดีขนานกันไปโดยเร็ว รวมถึงขยายผลสอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ

นอกจากนี้ อดีตหัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ยังเรียกร้องให้ภาครัฐและกรมป่าไม้ปรับปรุงระบบการบริหารจัดการคดีอย่างเร่งด่วน โดยเสนอให้จัดตั้งหน่วยติดตามคดีเฉพาะกิจเพื่อติดตามคดีใหญ่ด้านทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะ พร้อมสร้างระบบสนับสนุนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยยกตัวอย่างตนเองว่า แม้จะเกษียณอายุราชการมาแล้วถึง 2 ปี แต่เมื่อถึงเวลานัดสืบพยานกลับต้องเดินทางมาศาลเพียงลำพัง ไร้การสนับสนุนจากทีมกฎหมายของหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งหากไม่มีระบบเข้ามาดูแลทั้งคนในและนอกราชการ ในอนาคตจะไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนกล้าเสี่ยงเข้าไปจับกุมหรือทำคดีผู้มีอิทธิพลระดับหลายพันไร่เช่นนี้อีก

คดีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการพิสูจน์ความผิดในชั้นศาลเท่านั้น แต่ถือเป็นกรณีศึกษาครั้งสำคัญของประเทศ ในการสร้างบรรทัดฐานการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องรักษาผืนป่า และการสร้างระบบบริหารจัดการคดีทรัพยากรธรรมชาติให้มีความศักดิ์สิทธิ์และมีประสิทธิภาพในระยะยาว

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม กล่าวว่า วันนี้ในฐานะเราอยู่ฝั่งโจทก์เรื่องราวมันเกิดตั้งแต่ปี 2563 ช่วงต้นปี คุณปารีณา ไกรคุปต์ เขาไปร้องเรียนกรณีเรื่องมีการบุกรุกของทางจำเลยในคดีนี้ คืออ้างว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนหลายพันไร่ โดยในช่วงนั้นตนเป็นหัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร เป็นผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ของกรมป่าไม้ ก็จัดตั้งคณะทำงานเข้ามา ใช้เวลาสืบสวนสอบสวนกันนาน คือเราไม่ได้ทำงานในลักษณะที่เป็นทีมเดียว เราทำหลายทีม วันนี้ตนต้องแจ้งให้ทราบก่อนว่า เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่สาธารณชนเขาติดตามอยู่ ตนไปที่ไหนก็มีผู้สื่อข่าวคอยถามตลอด ความละเอียดอ่อน ความยุติธรรมต้องมีเกิดขึ้น ยืนยันว่าวันนี้เราให้ความยุติธรรม ในสิ่งที่ทำยู่บนขบวนการยุติธรรม แล้วก็วันนี้จริงๆ ผู้ที่ถูกกล่าวหา เขาก็ยังไม่ได้ถูกตัดสินนะว่าเขาผิด แต่ว่าทางเราในฐานะที่คณะทำงานเนี่ย เราก็ยืนยันแหละว่าเรามีหลักฐาน มีเหตุผล มีข้อระเบียบและกฎหมายที่เราตรวจสอบมาเราก็ยืนยันว่ามีการยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในเขตลุ่มแม่น้ำภาชี ในเขตตำบลรางบัวจริง

นายชีวะภาพ กล่าวต่อว่า วันนี้คดีที่มาสืบพยานเนี่ย จะเป็นเรื่องของใบจอง น.ส. 2 ประมาณ 350 ไร่ บวกกับ ภ.บ.ท. 5 อีก 90 ไร่ ประมาณ 400 กว่าไร่ ซึ่งทางเรามีข้อมูล มีหลักฐาน แล้วก็ค่อนข้างจะทำงานอย่างละเอียด ครบถ้วนรอบด้าน ใช้เวลาสืบสวนสอบสวนกันประมาณเกือบๆ ปี กว่าจะแจ้งความได้ แจ้งความตอนปลายปี 2563 เดือนธันวาคม ก็ประมาณ 400 กว่าไร่ ตรงนี้เราก็มั่นใจว่าทำตรงไปตรงมา ไม่ได้มีการกลั่นแกล้ง ไม่ได้มีการเมือง อันนี้ยืนยัน วันนี้จริงๆ ข้อที่ 2 อยากจะให้เห็นว่า ขบวนการการบังคับใช้กฎหมาย ต้องได้รับการดูแล ต้องทำให้อยู่ในขบวนการยุติธรรม ทำให้ครบถ้วน หลายๆ อย่างที่ยังไม่ครบถ้วน ในความละเอียดอ่อน การขยายผล ใครผิดถูกอะไรก็ต้องทำให้ครบ

เรื่องการฟ้องแพ่ง นายชีวะภาพ กล่าวว่า ปัจจุบันก็ยังทราบว่ายังไม่มีการฟ้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันนี้มันต้องฟ้องแพ่งต้องอะไรให้ครบถ้วน และที่สำคัญก็คือต้องทำให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพนี่สำคัญ คดีใหญ่ๆ แบบนี้ คนที่เข้าไปทำคดี ต้องมีขบวนการที่จะต้องมาซัพพอร์ต มาดูแลกัน อย่างวันนี้ตนมาคนเดียว อยากถึงฝากหน่วยงานว่า อย่างนี้ไม่ได้ต่อไปคนที่เขาเกษียณอายุไป ตนเกษียณอายุมา 2 ปีแล้ว ถ้านับวันนี้ แต่ตนลาออกมาก่อนมาเป็น สว. วันนี้ต้องได้รับการดูแลทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่ ที่จะต้องมาคือ นิติกร สำนักกฎหมายอะไรที่เกี่ยวข้อง จะต้องมาช่วย ตนไม่ต้องการว่าจะต้องได้เงินอะไรหรอก แต่ว่าวันนี้ความสัมฤทธิ์ผลของการบังคับใช้กฎหมายต้องบังเกิด ไม่อย่างนั้นต่อไปไม่มีใครกล้าทำคดีใหญ่ๆ แบบนี้ ถ้าทำคดีใหญ่ๆ แล้วต้องมาโดดเดี่ยว เดินบนถนนเดี่ยวๆ คนเดียวอย่างตนเองในวันนี้

นายชีวะภาพ เผยข่าวดีว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นข่าวดีก็คือวันนี้ เท่าที่ทราบ กรมที่ดินได้เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินทั้งหมดแล้ว เพิกถอนทั้งหมด ถือว่า เราได้ป่าคืนมา 2,000 กว่าไร่ อันนี้ชัดเจน เพราะว่ากรมที่ดินได้ไปชี้แจงข้อมูลให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบหมดแล้ว ได้ป่าคืนมาตรงนี้ส่วนที่จะเอาไปทำเป็นป่าชุมชน หรือ เป็นอะไรก็ว่ากันไป ส่วนหนึ่งจะต้องเอามาฟื้นฟู แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องทำให้ครบคือเรื่องของการฟ้องแพ่ง สอง ใครยังมีที่เกี่ยวข้อง ที่ยังคาดว่าเกี่ยวข้องและมีความผิดตามกฎหมายก็ต้องดำเนินการ ทำให้ครบ แล้วก็ต้องให้เกิดความสัมฤทธิ์ผล อันนี้สำคัญนะ เพราะไม่อย่างนั้น เราก็จะดูแลผืนป่าต่อไปไม่ได้ ป่าเราหายไปแต่ละปี ปีละแสนกว่าไร่ แสนกว่าไร่ เรื่องการบังคับใช้กฎหมายสำคัญ อันนี้ยืนยัน

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม กล่าวว่า หากถามตนว่า ทำไมถึงยังไม่มีการฟ้องแพ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง โดยอันนี้ต้องตั้งคำถามนะ แต่ว่าปล่อยให้เขาฟ้อง จำเลยที่ 3 เขาฟ้องแพ่งกรมที่ดิน จนได้รับการเยียวยามาไม่รู้กี่ล้านบาท แต่ความเสียหายในพื้นที่ 3,000  เกือบๆ 3,000 ไร่ วันนี้คิดเป็นความเสียหายเป็นร้อยๆ ล้านประเมินค่าไม่ได้เลย วันนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องเร่งฟ้องแพ่ง ปล่อยให้เวลาเนิ่นนานไปไม่ได้ อันนี้ไม่ได้มาพูดอะไรที่ทำเกิดการที่จะไปแบบ ทำเกิดความเสียหายให้หน่วยงาน แต่เป็นสิ่งที่ตนเห็นว่ามันไม่ถูกไม่ควรก็ต้องพูดกัน วันนี้ก็ต้องเร่งรัดดำเนินการ แล้วอีกอันนึงก็คือวันนี้ มันยังมีอะไรที่เกี่ยวข้องอีก คนที่ขายที่ผืนนี้มา ใครครอบครองต่อกันไปเกี่ยวข้อง ก็ต้องตรวจสอบให้หมด ในบริเวณนั้นมันมีอะไรอีกบ้าง ก็คงต้องตรวจสอบกันให้หมด ก็คงต้องเป็นแบบนั้น แต่ตนเป็นห่วงที่สุดในเรื่องของบรรทัดฐานของการทำงานแบบนี้ ตนเองเคยเป็นรองอธิบดี เคยเป็นผู้ตรวจราชการ แล้ววันนี้ดูอันนี้ไม่ได้งอแงนะ ไม่ได้งอแง ไม่ได้น้อยใจ แต่ว่าอยากจะให้หน่วยงาน คงจะต้องมีบรรทัดฐานในการที่จะต้องสร้างขบวนการ เพื่อให้มันเกิดความสัมฤทธิ์ผล ประสิทธิภาพ ไม่อย่างนั้นต่อไปไม่มีใครกล้าทำคดีใหญ่ๆ แบบนี้ อันนี้ชัดเจน หน่วยงานต้องเอากลับไปคิดกันหนักๆ

ส่วนประเด็นที่พูดถึงคือที่ตนเองเกษียณมา 2 ปี คดีนี้เริ่มเมื่อปี 63 คือถ้านับไทม์ไลน์ จนมาดำรงตำแหน่ง สว. ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมป่าไม้ หรือกรมที่ดิน ไม่ดำเนินการสานต่อ นายชีวะภาพ กล่าวประเด็นนี้ว่า ทางกรมที่ดินเขาก็ดำเนินการเพิกถอนเอกสารที่มันออกไม่ชอบทั้งหมด เอกสารถูกเอามาอ้างในการครอบครองทำประโยชน์มาเป็นสิบๆ ปี วันนี้เขาเพิกถอนหมดแล้ว พอเพิกถอนเสร็จ พื้นที่พวกนี้มันต้องกลับมาเป็นป่า แต่ในส่วนต้องพูดตรงๆ ก็คือวันนี้กรมป่าไม้ เจ้าของคดี ถือคดีอยู่ในมือจะต้องมีระบบการบริหารจัดการคดี อันนี้พูดตรงๆ ผมอดีตเก่ากรมป่าไม้ อย่ามาโกรธมาเกลียดกัน กรมป่าไม้ต้องคิด ต้องทำ ต่อไปจะมีใครกล้าไปจับใคร

วันนี้ พยานในคดีนี้มันมีเยอะอยู่แล้ว ทุกหน่วย เขาคงต้องเชิญมาสืบหมด ทั้งกรมป่าไม้ กรมที่ดิน ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด กรมพัฒนาที่ดิน อบต. พยาน ระบบบริหารจัดการคดีก็คือ คดีวันนี้ไปถึงไหนแล้ว ฟ้องแพ่งหรือยัง ทำไมปล่อยเวลามา 7-8 ปีไม่ฟ้องแพ่ง ความเสียหายภาครัฐมันเกิดขึ้นแล้ว เห็นชัดแล้ว แนวทางปฏิบัติ เขาก็สร้างไว้แล้วว่าต้องมีการฟ้องแพ่งคู่ขนานกันไป แต่ปล่อยให้อีกฝั่งนึงฟ้อง รัฐเองก็เสียหายไป อีกฝั่งนึงไม่ยอมฟ้อง อะไรอย่างนี้ ที่สำคัญจะต้องมีระบบการบริหารจัดการคดี ต้องทำให้ระบบมันดีกว่านี้ ทำให้คนที่จะกล้าไปจับคดีใหญ่ๆ พอจับเสร็จก็ได้รับการดูแลเรื่องคดี เอาที่ดินกลับมาเป็นของรัฐให้ได้ ได้รับการฟื้นฟู ปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการฟื้นฟู ไม่ได้รับการฟ้องแพ่ง อันนี้ตนถือว่ายังใช้ไม่ได้ ก็พูดตรงๆ

ทีนี้ขบวนการพวกนี้ มันก็ไม่ยากหรอก ก็คงมาจับเข่าคุยกันว่าต่อไปต้องจัดระบบยังไง อาจจะตั้งหน่วยขึ้นมาหน่วยหนึ่ง ก็เอาคนเดิมๆ ไม่ต้องไปเอาคนใหม่มา เอานิติกรเดิมๆ แล้วเอาคนที่เกี่ยวข้อง มาติดตามคดีพวกนี้ อันไหนยังไม่ทำก็ทำไป มันไม่คงแค่เป็นแค่กรมป่าไม้ อันนี้ฝากไปถึงกรมกองอื่นด้วย มันไม่ใช่เป็นแค่ที่กระทรวงทรัพย์ฯ หรือกรมป่าไม้ ระบบบริหารจัดการคดี ต้องทำ ไม่อย่างนั้น ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายก็จะไม่มี

ท้ายที่สุดคดีนี้ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะไหนก็ อยากให้เป็น case study เป็นกรณีศึกษา ในกรณีถ้าหากเกิดคดีใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติแบบนี้ต่อไป ซึ่งคดีนี้เป็นคดีรายใหญ่ เป็นคดีที่เขาถูกกล่าวหา ซึ่งเขาก็ยังไม่ได้ทำผิดนะ ก็ต้องรอขบวนการยุติธรรม เขาก็มีทั้งเรื่องของคดีรายใหญ่ พอคดีรายใหญ่ระดับเกิน 2,000 ไร่ขึ้นไป มีความซับซ้อน มีเอกสารมาเกี่ยวข้อง ก็คือถ้าพูดง่ายๆ คือถ้าไม่ใช่ชุดพยัคฆ์ไพร หรือไม่ใช่ตนเอง เผลอๆ ก็ไม่มีใครกล้าไปจับ กล้าไปทำคดี แต่วันนี้ตนก็ขอยืนยันนะว่าขบวนการทำคดี ทำด้วยความละเอียดอ่อน รอบคอบ เราทำกันเป็นคณะทำงาน ใช้เครื่องมือ ใช้กฎหมาย ใช้ระเบียบทุกอย่างมาจนครอบคลุม ให้ความยุติธรรมทุกอย่าง วันนี้ก็จะต้องสร้างมาตรฐานตรงนี้ให้ได้ต่อไป ไม่อย่างนั้น ไม่ใช่ว่า ตนเกษียณไปแล้ว ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เกษียณไปแล้ว ไม่มีใครทำต่อ แล้วปล่อยให้เรื่องราวแบบนี้หายไปไม่ถูกไม่ควรหรอก เพราะจริงๆ แล้ว ต่อไปเรื่องแบบนี้ควรจะต้องให้ความเข้มข้นมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888