ข่าวเจาะลึก1(3)
ข่าวเจาะลึก 1 (3)

สตง. แถลงผลสอบ "ไทยพีบีเอส" ยันทำตามหน้าที่หลังรับเรื่องร้องเรียนภายใน! รองผู้ว่าฯ สตง. "สุทธิพงษ์ บุญนิธิ" ควงทีมผู้ตรวจแถลงยิบ เปิด 4 ประเด็นบกพร่องหนัก ทั้งจัดซื้อจัดจ้างผลิตข่าวเจาะ จ่ายค่าตอบแทนพิธีกรไร้ระเบียบรองรับ ผิดวินัยการเงินการคลัง พฤติกรรมผู้บริหารใช้รถส่วนกลางซ้ำซ้อนเบิกค่าพาหนะตำแหน่ง พร้อมชี้ผลสัมฤทธิ์งบ 2,000 กว่าล้านไม่คุ้มค่า KPI ไม่สะท้อนความจริง จ่อส่งผลสอบเสนอผู้ว่าฯ สตง. ลงนามส่งกลับไทยพีบีเอสชดใช้และตั้งกรรมการฟันวินัย สัปดาห์หน้า

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมด้วย น.ส.สินีนาต โพธิชัย ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ 3, น.ส.มธุลีห์ โยคี ผู้ตรวจเงินแผ่นดินภาค 2 และ นายโสมทัต นิธิตรีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบการปฏิบัติการตามกฎหมายที่ 1 ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส (Thai PBS)

นายสุทธิพงษ์ ยืนยันว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นการรายงานผลการตรวจสอบหน่วยรับตรวจตามหน้าที่ ไม่ใช่การแถลงตอบโต้ระหว่างองค์กร โดยการตรวจสอบเกิดขึ้นจากเรื่องร้องเรียนของเจ้าหน้าที่ภายในไทยพีบีเอสเมื่อช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ซึ่งผู้ว่าการ สตง. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่ 26 มกราคม 2569 โดยครอบคลุมประเด็นการจัดซื้อจัดจ้าง การใช้ทรัพย์สินขององค์กร และผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินงาน หากพบกรณีส่อทุจริตจะส่งเรื่องต่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป

ทางด้าน น.ส.สินีนาต โพธิชัย แถลงถึงผลการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงานว่า ไทยพีบีเอสได้รับงบประมาณปีละกว่า 2,000 ล้านบาท โดยกว่า 50% เป็นงบจัดทำและผลิตสื่อ แต่จากการตรวจสอบพบว่าการบรรลุตัวชี้วัด (KPI) ไม่สะท้อนผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริง มีการปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดบ่อยครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเดิม ระบบข้อมูลผู้รับชม One Thai PBS ไม่ถูกนำมาเชื่อมโยงวางแผนผลิตรายการอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งระบบบริหารจัดการออกอากาศ (BMS) ใช้เฉพาะทีวี ไม่ครอบคลุมออนไลน์ รวมถึงระบบสำรวจความคิดเห็นประชาชนยังขาดการเก็บข้อมูลเชิงลึกจากผู้ที่ไม่ได้รับชมเพื่อนำมาปรับปรุงเนื้อหา

ขณะที่ น.ส.มธุลีห์ โยคี เปิดเผยถึงประเด็นการปฏิบัติตามกฎหมายใน 2 เรื่องสำคัญ เรื่องแรกคือ การจ้างผลิตข่าวเจาะย่อโลก ปี 2560–2568 ที่ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง อาจขัดต่อ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและพัสดุภาครัฐ และก่อให้เกิดความเสียหาย เรื่องที่สองคือ การจ่ายค่าตอบแทนพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ และแขกรับเชิญ ปี 2566–2568 พบว่าไม่มีการออกระเบียบเฉพาะรองรับ โดยเฉพาะในปี 2568 ที่ไทยพีบีเอสมีการประกาศใช้ระเบียบการเงินการบัญชีฉบับใหม่เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 ทำให้คำสั่งมอบอำนาจเดิมไม่สามารถนำมาใช้ได้ การจ่ายเงินค่าตอบแทนจึงเข้าข่ายเป็นการจ่ายเงินโดยไม่มีระเบียบรองรับและขัดต่อ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 38

นอกจากนี้ นายโสมทัต นิธิตรีรัตน์ ได้แถลงผลสอบประเด็นการใช้รถยนต์ขององค์กร พบว่าผู้บริหารของไทยพีบีเอสบางราย ได้รับเงินค่าตอบแทนการใช้ยานพาหนะประจำตำแหน่งแล้ว แต่ยังคงมาใช้รถยนต์ส่วนกลางขององค์กร ซึ่งไทยพีบีเอสไม่มีการออกระเบียบการใช้รถส่วนกลางรองรับ ถือเป็นการใช้ทรัพย์สินของรัฐที่ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ โดยคณะกรรมการตรวจสอบได้สรุปความเห็นเสร็จสิ้นแล้ว และคาดว่าจะเสนอให้ผู้ว่าการ สตง. ลงนามเพื่อส่งรายงานผลการตรวจสอบให้ไทยพีบีเอสดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายและสอบสวนวินัยผู้เกี่ยวข้องภายในสัปดาห์หน้า

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888