ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 2 นัดสืบพยานคดี 7 ตำรวจอรัญประเทศอุ้มหาย-ซ้อมทรมาน "ลุงเปี๊ยก" ม.ค. - ก.พ. 2570
z-z1090896855780.webp)
ศาลนัดสืบพยาน มกราคม - กุมภาพันธ์ 2570! คดี 7 ตำรวจอรัญประเทศอุ้มหาย-ซ้อมทรมาน “ลุงเปี๊ยก” จำเลยบางส่วนยื่นวางเงินเยียวยา 2 แสนบาท

ระยอง — เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 ได้เสร็จสิ้นกระบวนการตรวจพยานหลักฐานในสำนวนคดีหมายเลขดำที่ ปท 2/2569 ซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ และ นายปัญญา คงแสนคำ (ลุงเปี๊ยก) เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ จำนวน 7 นาย เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ บังคับขู่เข็ญ และกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (บังคับสูญหาย) สืบเนื่องจากเหตุการณ์อื้อฉาวเมื่อเดือนมกราคม 2567

หลังจากการตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ศาลได้กำหนดกรอบวันนัดสืบพยานรวมทั้งสิ้น 6 วัน ดังนี้:
1.นัดสืบพยานโจทก์และโจทก์ร่วม (จำนวน 18 ปาก): วันที่ 28, 29 มกราคม, 9 และ 10 กุมภาพันธ์ 2570
2.นัดสืบพยานจำเลย (จำนวน 7 ปาก): วันที่ 11 และ 12 กุมภาพันธ์ 2570
(เวลา 09.30 – 16.30 น. ณ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 จังหวัดระยอง)

สรุปประเด็นพยานหลักฐานและการเยียวยา:
ในสำนวนคดีนี้ฝ่ายโจทก์มีพยานรวมทั้งสิ้น 70 ปาก โดยทางฝ่ายจำเลยได้ยอมรับข้อเท็จจริงตามคำให้การพยานของดีเอสไอไปแล้ว 52 ปาก ทำให้ไม่ต้องนำพยานกลุ่มดังกล่าวมาเบิกความซ้ำซ้อน คงเหลือพยานฝ่ายโจทก์อีก 18 ปากที่ยังมีประเด็นโต้แย้งกันอยู่ซึ่งต้องมาเบิกความต่อศาล ในส่วนของจำเลยทั้ง 7 นายอ้างตนเองเป็นพยานปากสำคัญ นอกจากนี้ ในวันนัดดังกล่าว จำเลยที่ 1, 2, 3, 5 และ 6 ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลขอวางเงินจำนวน 200,000 บาท เพื่อเยียวยาความเสียหายเบื้องต้นให้กับนายปัญญา ด้วย
ข้อหาหนักและมูลเหตุคดี:
จำเลยทั้งเจ็ดถูกฟ้องร้องในความผิดตามกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 83, 91, 157, 309, 310), พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 (มาตรา 172) และ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 (มาตรา 3, 6, 7, 36, 37) จากกรณีจับกุมนายปัญญาในคดีการเสียชีวิตของ น.ส.บัวผัน หรือ “ป้ากบ” เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมีการควบคุมตัวข้ามคืน ใส่กุญแจมือ ใช้ถุงดำครอบศีรษะ และนำตัวไปฝากขังจนกระทั่งภายหลังพบว่าผู้ต้องหาตัวจริงเป็นบุคคลอื่น ทำให้นายปัญญาตกเป็นแพะในคดีดังกล่าว
คดีนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ที่นำเจ้าหน้าที่รัฐผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในศาลพลเรือน (ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ) เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยภาคประชาสังคม (CrCF) ได้ออกมาเชิญชวนให้ประชาชนและสื่อมวลชนร่วมติดตามความคืบหน้า เพื่อคืนความยุติธรรมแก่ผู้เสียหายและเป็นบรรทัดฐานในการป้องกันปัญหา "การจับแพะ" ในกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างยั่งยืน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
