ศาลล้มละลายกลางยกฟ้องสหกรณ์ฯคลองจั่นและผู้บริหาร
โพสต์เมื่อ : 10 เม.ย 2562 เวลา 10:16 น.

ศาลล้มละลายกลาง พิพากษายกฟ้อง สหกรณ์ฯคลองจั่น และผู้บริหาร กรณีทำสัญญาประนีประนอม ยอมรับเงินคืนกว่า 321 ล้านบาท ระบุเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต
วันพุธที่ 10 เมษายน 2562 ที่ศาลล้มละลายกลาง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ศาลได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลข อ.10/2560 ตามที่นายธรรมนูญ อัตโชติ นายไพบูลย์ นิติตะวัน และสมาชิกเจ้าหนี้รวม 275 คน ได้ยื่นฟ้องคดีต่อสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น, นายประกิต พิลังกาสา ประธานคกก.ชุดที่ 31-33 และนายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธาน คกก.ชุดที่ 30 ในข้อหาหรือฐานความผิด พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ 2483 ยื่นฟ้องเมื่อวันพุธที่ 20 กันยายน 2560 ใน 5 ประเด็นหลักเกี่ยวกับการทำสัญญาประนีประนอมยอมรับเงินคืน 321.4 ล้านบาท กรณีที่ดินบริษัท เอ็มโฮม เอสพีวี 2 ในคดี พ.1674/2557

ศาลได้อ่านคำพิพากษาตามคำวินิจฉัยคำฟ้องว่า ทรัพย์สิน 9 รายการไม่ใช่ทรัพย์สินของจำเลย(สหกรณ์ฯ) การทำสัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่เป็นความผิด การตัดสินใจประนีประนอมทำสัญญายอมความในคดี พ.1674/2557 เป็นไปตามการใช้เหตุและผล เป็นการติดตามทรัพย์สินคืนแล้วนำไปชำระหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้ 275 รายได้รับการชำระหนี้จึงไม่ได้รับความเสียหาย ผู้บริหารแผนปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับ และยังคงดำเนินการติดตามทรัพย์คืนจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร และพวกในคดี พ.1674/2557

ผู้บริหารแผนจึงปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต และถือว่าปฏิบัติตามข้อบังคับ ไม่ได้มีการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ล้มละลาย ศาลจึงมีคำพิพากษา"ยกฟ้อง"
วันพุธที่ 10 เมษายน 2562 ที่ศาลล้มละลายกลาง ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ศาลได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลข อ.10/2560 ตามที่นายธรรมนูญ อัตโชติ นายไพบูลย์ นิติตะวัน และสมาชิกเจ้าหนี้รวม 275 คน ได้ยื่นฟ้องคดีต่อสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น, นายประกิต พิลังกาสา ประธานคกก.ชุดที่ 31-33 และนายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธาน คกก.ชุดที่ 30 ในข้อหาหรือฐานความผิด พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ 2483 ยื่นฟ้องเมื่อวันพุธที่ 20 กันยายน 2560 ใน 5 ประเด็นหลักเกี่ยวกับการทำสัญญาประนีประนอมยอมรับเงินคืน 321.4 ล้านบาท กรณีที่ดินบริษัท เอ็มโฮม เอสพีวี 2 ในคดี พ.1674/2557

ศาลได้อ่านคำพิพากษาตามคำวินิจฉัยคำฟ้องว่า ทรัพย์สิน 9 รายการไม่ใช่ทรัพย์สินของจำเลย(สหกรณ์ฯ) การทำสัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่เป็นความผิด การตัดสินใจประนีประนอมทำสัญญายอมความในคดี พ.1674/2557 เป็นไปตามการใช้เหตุและผล เป็นการติดตามทรัพย์สินคืนแล้วนำไปชำระหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้ 275 รายได้รับการชำระหนี้จึงไม่ได้รับความเสียหาย ผู้บริหารแผนปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับ และยังคงดำเนินการติดตามทรัพย์คืนจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร และพวกในคดี พ.1674/2557

ผู้บริหารแผนจึงปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต และถือว่าปฏิบัติตามข้อบังคับ ไม่ได้มีการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ล้มละลาย ศาลจึงมีคำพิพากษา"ยกฟ้อง"
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
