ราชบุรีวิกฤตกลางดึก! ชาวบ้านระดมกระสอบทรายกั้นน้ำริมลำห้วยอ่างทอง 1 หลังน้ำป่าทะลักเอ่อท่วมบ้านเรือน นายกเทศมนตรีห้วยชินสีห์สั่งเฝ้าระวัง 24 ชม.
z-z655276791756.webp)
ราชบุรี - บ้านริมลำห้วยเร่งเสริมกระสอบทรายกันท่วม! กลางดึก 11 ต.ค. 69 ชาวบ้านหมู่ 3, 4, 5 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ช่วยกันขนกระสอบทรายกั้นมวลน้ำริมลำห้วยอ่างทอง 1 หลังน้ำป่าทะลักเอ่อท่วมบ้านเรือนและสวนเกษตรอย่างรวดเร็ว

ราชบุรี – เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในพื้นที่ตำบลอ่างทอง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เต็มไปด้วยความโกลาหล โดยชาวบ้านบริเวณหมู่ 3, หมู่ 4 และหมู่ 5 ได้ร่วมมือกันเร่งขนกระสอบทรายเข้าเสริมแนวป้องกันบริเวณริมลำห้วยอ่างทอง 1 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับถนนเพชรเกษม เพื่อพยายามสกัดกั้นมวลน้ำที่กำลังเอ่อล้นตลิ่งไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรอย่างรวดเร็ว โดยมี นายสังคม โค้วถาวร นายกเทศมนตรีตำบลห้วยชินสีห์ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านทั้ง 3 หมู่บ้าน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ประกาศเตือนไม่ทันตั้งตัว น้ำทะลักท่วมบ้านเรือนและสวนเกษตรอ่วม
สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของคืนดังกล่าว ทางหอกระจายข่าวที่ทำการผู้ใหญ่บ้านได้ส่งสัญญาณประกาศแจ้งเตือนด่วนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมลำห้วยอ่างทอง 1 รีบเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง เนื่องจากระดับน้ำเหลือเพียงประมาณ 1 คืบก็จะล้นตลิ่ง แต่ปรากฏว่าผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง มวลน้ำป่ามหาศาลจากฝนที่ตกหนักสะสมตลอดทั้งคืนได้ไหลทะลักเอ่อล้นขึ้นมาบนตลิ่งอย่างรวดเร็ว จนเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดลำห้วย รวมถึงพืชผลทางการเกษตรและแปลงผักเสียหายเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านพยายามใช้มาตรการปิดท่อระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำไหลย้อนเข้าพื้นที่ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความรุนแรงของกระแสน้ำได้


อุปสรรควัชพืชขวางทางน้ำ นายกเทศมนตรีเผยทำได้เพียงบรรเทาทุกข์ 60%
ด้าน นายสังคม โค้วถาวร นายกเทศมนตรีตำบลห้วยชินสีห์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเทศบาลได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทางอำเภอได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างเต็มที่ เนื่องจากมวลน้ำมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลาและเกินกว่าจะควบคุมได้ สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือการนำกระสอบทรายมาช่วยกั้นเพื่อไม่ให้น้ำทะลักเข้าพื้นที่ชุมชน ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้เพียงประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือหมู่ 4 และหมู่ 5 เนื่องจากตั้งอยู่ประชิดกับลำห้วย


นอกจากนี้ ในพื้นที่ยังประสบปัญหาอุปสรรคสำคัญจากกอวัชพืชและผักตบชวาจำนวนมากที่ลอยมากับกระแสน้ำ และถูกแรงน้ำดูดเข้าไปอัดแน่นติดอยู่กับบริเวณคอสะพาน ขัดขวางการระบายน้ำไม่ให้ไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างได้อย่างสะดวก บางจุดมีวัชพืชลอยสะสมเต็มลำห้วยจนกลายเป็นเขื่อนขวางทางน้ำ ส่งผลให้มวลน้ำยิ่งไหลเอ่อล้นทะลักเข้าท่วมขยายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางเทศบาลจะเร่งหาทางกำจัดและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
