ระทึก! ตำรวจนครบาลบุกช่วยนักศึกษาเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกหลอกขังห้องพัก-ทาสีแดงจัดฉากคล้ายเลือดขู่รีดไถเงินพ่อแม่ 3 แสน
z-z240176916182.webp)
นักศึกษาถูกมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขู่พัวพันฟอกเงิน สั่งย้ายหอพัก ปิดมือถือ และใช้น้ำหวานแดงผสมกาแฟทาร่างกายจัดฉากคล้ายคราบเลือดขู่รีดเงินพ่อแม่ 3 แสนบาทอ้างค่าทุน ตปท. โชคดีตำรวจสืบนครบาลและ สน.ปทุมวัน บุกช่วยทันเวลา

กรุงเทพฯ — วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งเหตุจากผู้ปกครองของนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านปทุมวัน ว่าบุตรหลานหายตัวไปจากที่พักและมีความพยายามทำร้ายตัวเอง ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามค้นหา

ภายใต้การอำนวยการสั่งการของระดับผู้บังคับบัญชาตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., และ พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.6 ได้สั่งการให้ชุดสืบนครบาล IDMB, กก.สส.บก.น.6 และ สน.ปทุมวัน สนธิกำลังเร่งสืบสวนติดตามตัวอย่างเร่งด่วน

แกะรอยพบตัวคาหอพักย่านพญาไท กำลังคุยโทรศัพท์กับมิจฉาชีพ:
ต่อมาเวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนพบตัวนักศึกษาผู้เสียหาย เปิดห้องพักอาศัยอยู่ลำพังภายในหอพักแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในซอยศาสนา ย่านพญาไท จึงเข้าทำการช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย โดยขณะเข้าช่วยเหลือพบว่าผู้เสียหายยังคงอยู่ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับกลุ่มมิจฉาชีพ กระทั่งคนไรร้ายรู้ตัวว่าตำรวจเข้าถึงตัวจึงรีบตัดสายหนีทันที


แฉกลลวงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขู่พัวพันฟอกเงินและสั่งจัดฉากเลือด:
จากการสอบสวนทราบว่า เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายถูกกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการเครือข่ายมือถือ แจ้งว่ามีคนนำบัตรประชาชนไปเปิดเบอร์และพัวพันคดีฟอกเงิน โดยระบุเลข 13 หลักถูกต้องทำให้เหยื่อเชื่อสนิทใจ จากนั้นโอนสายให้บุคคลแอบอ้างเป็นตำรวจจังหวัดอื่น พูดคุยผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ห้องชื่อ "ห้องสอบสวน" ข่มขู่กดดันให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ 36,000 บาท


ต่อมาคนร้ายสั่งให้ผู้เสียหายย้ายออกจากที่พักเดิมไปเปิดห้องพักรายวันในกรุงเทพฯ สั่งปิดเบอร์เดิมและเปิดเบอร์ใหม่เพื่อตัดขาดการติดต่อ พร้อมทั้งขโมยรหัส LINE ไปใช้หลอกครอบครัวต่อ เมื่อเหยื่อไม่มีเงินเหลือ คนร้ายจึงเปลี่ยนแผนสั่งให้ติดต่อพ่อแม่ อ้างว่าได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศต้องใช้เงิน 200,000–300,000 บาท และสั่งให้ผู้เสียหาย ใช้น้ำหวานสีแดงผสมกาแฟทาตามร่างกายและผนังห้องให้คล้ายคราบเลือด เพื่อสร้างสถานการณ์เสมือนถูกทำร้ายกักขัง กดดันให้ครอบครัวรีบโอนเงิน
โชคดีที่ผู้ปกครองเกิดความสงสัยเรื่องทุนการศึกษา จึงติดต่อไปทางอาจารย์มหาวิทยาลัยจนทราบความจริงว่าไม่มีทุนดังกล่าว จึงมั่นใจว่าลูกตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์และรีบแจ้งตำรวจเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา
ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติและ บช.น. ฝากเตือนภัยนักศึกษาและประชาชน หากพบการโทรศัพท์แอบอ้างคดีความในลักษณะดังกล่าว ให้รีบตัดสายทิ้งทันที อย่าหลงเชื่อโอนเงินหรือทำตามคำสั่งเด็ดขาด
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
