ข่าวเจาะลึก1(24)
ข่าวเจาะลึก 1 (24)

"รัฐบาล" สยบดราม่ากะเพรา! ย้ำชัดประชาชนปลูกกิน-เก็บขายได้ตามปกติ ยันคุ้มครองเฉพาะ 4 พันธุ์ใหม่ "แก้วจุรี 01 - 04" ไม่ได้ผูกขาดพันธุ์พื้นเมือง ขยายความชัดเจนสิทธิขยายพันธุ์เชิงพาณิชย์ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นปรับปรุง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช ปกป้องเกษตรกร

วันที่ 22 ต.ค.69 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีประชาชนกังวลเรื่องการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ 4 พันธุ์ ได้แก่ “แก้วจุรี 01 - 04” ของบริษัทเอกชน ว่า การจดทะเบียนดังกล่าวไม่ได้ทำให้เอกชนมีสิทธิผูกขาดกะเพราทุกพันธุ์ในประเทศไทย โดยคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายเท่านั้น ประชาชนยังสามารถปลูกกะเพราพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ทั่วไปที่ไม่ได้รับความคุ้มครองได้ตามปกติ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ชี้แจงเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ว่า ประชาชนยังสามารถปลูกกะเพราไว้กินเอง เก็บใบขาย นำไปประกอบอาหารเพื่อจำหน่าย รวมถึงขายผลผลิตกะเพราเพื่อบริโภคได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่ง หากต้องการปลูกกะเพราพันธุ์พื้นเมืองหรือพันธุ์ทั่วไปที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง

สำหรับสิทธิที่กฎหมายให้แก่ผู้พัฒนาพันธุ์กะเพราใหม่นั้น จะเกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์ เช่น เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า และกิ่งพันธุ์ของพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง หากนำไปขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์ อาจต้องได้รับอนุญาตจากผู้ถือสิทธิ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด จึงต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างการขายกะเพราเป็นอาหารกับการผลิตพันธุ์พืชเพื่อขยายพันธุ์และจำหน่าย

อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 มาตรา 33 กำหนดข้อยกเว้นบางกรณีไว้ด้วย เช่น การนำพันธุ์พืชไปศึกษา วิจัย หรือปรับปรุงพันธุ์ การใช้โดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า และการที่เกษตรกรนำส่วนขยายพันธุ์ที่ตนเองผลิตขึ้นกลับไปเพาะปลูกหรือขยายพันธุ์ต่อภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย ดังนั้น การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อไม่ได้เป็นความผิดทุกกรณี ทั้งนี้ ต้องพิจารณาว่าเป็นพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองหรือไม่ และการนำไปใช้เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือเปล่า

ส่วนข้อกังวลของมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) และภาคประชาชนเกี่ยวกับสิทธิของเกษตรกร การเข้าถึงพันธุ์พืช และที่มาของงานวิจัยนั้น รัฐบาลเห็นว่าควรเปิดรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้การส่งเสริมงานวิจัยดำเนินควบคู่กับการรักษาสิทธิของเกษตรกร ความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 โดยเปิดโอกาสให้เกษตรกร นักปรับปรุงพันธุ์ นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชนร่วมเสนอความคิดเห็น รวมถึงข้อกังวลเกี่ยวกับแนวทางคุ้มครองพันธุ์พืชตามอนุสัญญา UPOV 1991 ซึ่งต้องพิจารณาผลกระทบต่อสิทธิเกษตรกร ต้นทุนการผลิต และการเข้าถึงพันธุ์พืชอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงกฎหมายยังไม่ใช่การประกาศใช้ข้อเสนอทั้งหมดเป็นกฎหมายแล้ว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลโดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช ควบคู่กับการดูแลสิทธิและโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน เพื่อให้เกษตรกรยังเข้าถึงพันธุ์พืชที่จำเป็นต่อการทำกิน และประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากกะเพราพันธุ์ทั่วไปได้ตามปกติ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม

ทั้งนี้ ประชาชนและเกษตรกรที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับพันธุ์พืชที่ได้รับความคุ้มครอง หรือสอบถามเรื่องการปลูก การจำหน่าย และการขยายพันธุ์ สามารถติดต่อกองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร โทรศัพท์ 02-940-7214 เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888