รมว.สาธารณสุขชี้ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุท่าม่วงผิดกฎหมายชัดเจนจ่อสั่งปิดถาวร
z-z797973554210.webp)
รมว.สาธารณสุข สั่งการด่วนให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ผนึกกำลังกรมสุขภาพจิต บุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ย่าน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังถูกร้องเรียนแฉทำร้ายร่างกาย จับผู้สูงอายุขังเตียงกรง และมอมยากดประสาท ชี้ชัดทำกรงกักขังผิดกฎหมายและระเบียบมาตรฐานชัดเจน จ่อสั่งปิดถาวรพร้อมเร่งสอบลึกกระบวนการต่อใบอนุญาต หาตัวเจ้าหน้าที่เอื้อประโยชน์ ยันรวบรวมหลักฐานสรุปผลและชี้แจงสังคมภายในวันนี้
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนทางสังคมหลังถูกร้องเรียนว่า มีการทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุ กักขังหน่วงเหนี่ยว และมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการดูแลผู้ป่วย โดยระบุว่า ตนได้สั่งการด่วนให้ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และอธิบดีกรมสุขภาพจิต นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบริการดังกล่าวอย่างละเอียดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งพบสภาพความเป็นจริงตามที่เป็นข่าว
นายพัฒนา กล่าวเน้นย้ำว่า จากการตรวจสอบภาพถ่ายเบื้องต้น มาตรฐานการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย ไม่ว่ากรณีใดๆ จะต้องไม่มีและไม่สามารถทำเตียงให้มีลักษณะเป็นกรงกักขังผู้สูงอายุไว้ได้ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบและผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งนี้ แม้ทราบว่าสถานบริการแห่งนี้มีการขออนุญาตและต่อใบอนุญาตถูกต้องเป็นรายปี แต่ตนได้สั่งการให้อธิบดีกรม สบส. ไปตรวจสอบกระบวนการขออนุมัติและต่อใบอนุญาตทั้งหมดตั้งแต่วันเริ่มเปิดดำเนินการอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการต่อใบอนุญาตเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ว่าเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบมีการเข้าตรวจสถานที่จริงและดำเนินการรัดกุมมากน้อยเพียงใด หากพบข้อบกพร่องหรือการทุจริตจะต้องชี้แจงต่อสังคมให้กระจ่าง
นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังได้สั่งการให้ดึงประวัติการรักษาและเวชระเบียนของผู้สูงอายุทุกคนมาตรวจสอบย้อนหลัง ตั้งแต่เริ่มเข้ามาพักอาศัยจนถึงปัจจุบัน เพื่อดูพัฒนาการทางร่างกายและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีกระแสข่าวเรื่องการจ่ายยาเพื่อให้เกิดอาการมึนเมาหรือยากดประสาท ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตและสุขภาพกายอย่างรุนแรง โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลุยตรวจพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว
ส่วนมาตรการดำเนินการกับสถานบริการดังกล่าว นายพัฒนา ระบุว่า เบื้องต้นพบพฤติการณ์กระทำความผิดชัดเจน และเชื่อว่าจะสามารถสั่งปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ อยู่ระหว่างรอรายงานสรุปอย่างเป็นทางการจากอธิบดีกรม สบส. เพื่อพิจารณาข้อระเบียบว่าจะสั่งปิดชั่วคราวหรือปิดถาวร ควบคู่ไปกับการจัดหาที่พักพิงใหม่หรือส่งตัวผู้สูงอายุกลับคืนสู่ครอบครัวอย่างปลอดภัย โดยกระทรวงสาธารณสุขจะเร่งทำข้อมูลให้เกิดความกระจ่างและสรุปผลเด็ดขาดภายในวันนี้
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
