พล.ต.อ.สำราญ" มอบนโยบาย ผบ.ตร. ชู 9 ข้อ คืนเวลาให้ตำรวจดูแลประชาชนนัดถกใหญ่ 471 ผบก.ทั่วประเทศปราบสแกมเมอร์-นอมินี
z-z124162378686.webp)
"พล.ต.อ.สำราญ นวลมา" นั่งหัวโต๊ะประชุมใหญ่ มอบนโยบาย 9 ข้อ แก่ผู้บังคับการขึ้นไป 471 นายทั่วประเทศ ล็อกสเปกวิสัยทัศน์ "องค์กรบังคับใช้กฎหมายที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา" สั่งตัดงานเอกสาร-ลดประชุมซ้ำซ้อน นำเทคโนโลยี AI ใช้บริหารงาน ปรับโหมดงานจราจรให้เน้นตักเตือนก่อนออกใบสั่ง พร้อมยกระดับ บก.ปปป.-จเรตำรวจ เป็น "ศูนย์ต่อต้านการทุจริต (ศตท.ตร.)" ฟันกวาดบ้านตัวเองเด็ดขาด
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ณ ห้องแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เป็นประธานในการมอบนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แก่ข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ขึ้นไปจากทุกหน่วยทั่วประเทศ จำนวน 471 นาย โดยเน้นย้ำการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” พร้อมชูนโยบายสำคัญในการ “คืนเวลาให้ตำรวจ เพื่อไปดูแลประชาชน” ผ่านแนวคิดการลดงานเอกสาร ธุรการ และการประชุมที่ไม่จำเป็น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ภาคสนามอย่างเต็มประสิทธิภาพ

พล.ต.อ.สำราญ ได้มอบ นโยบายการปฏิบัติราชการ 9 ข้อหลัก ดังนี้
1.พิทักษ์ ปกป้อง และเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์: ถือเป็นภารกิจสูงสุดในการถวายความปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง
2.ปราบปรามอาชญากรรมที่กระทบประชาชนอย่างเด็ดขาด: เน้นย้ำอาชญากรรมทางไซเบอร์และยาเสพติด ยึดหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน
3.ยกระดับสถานีตำรวจและบริการประชาชน: ลดงานธุรการที่ไม่จำเป็น งานสอบสวนต้องรวดเร็ว โปร่งใส สุภาพ และเป็นธรรม
4.ขับเคลื่อนงานด้วยหลักตำรวจชุมชน (Community Policing): ดึงประชาชนและผู้นำท้องถิ่นเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการป้องกันอาชญากรรม

5.ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน: วิเคราะห์จุดเสี่ยง เน้นกวดขันเคสเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย พร้อมปรับแนวนโยบายจราจรเน้นแนะนำตักเตือนก่อนออกใบสั่ง
6.นำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ขับเคลื่อนงาน: ผ่านระบบ ONE POLICE เชื่อมโยงข้อมูลตรงศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยให้ดุลพินิจขั้นสุดท้ายยังคงเป็นของเจ้าหน้าที่
7.เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กร: ประชุมหน่วยระดับ ผบ.ตร. เดือนละครั้ง และลดการประชุมซ้ำซ้อน
8.แก้ไขปรับปรุงกฎหมายและระเบียบ: ผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานและการบริการประชาชน
9.ภาวะผู้นำที่เป็นแบบอย่าง: ผู้บังคับบัญชาต้องลงพื้นที่จริง ทำงานภายใต้หลัก FIT (แข็งแรง พร้อมนำ) – FAIR (ยุติธรรม เป็นธรรม) – FUN (บรรยากาศดี มีความสุข) และยึดหลักผู้นำ 3 ประการ คือ "ให้สวัสดิการ ให้ความรู้ และเมื่อผิดต้องกล้าลงโทษ"

นอกจากนี้ ผบ.ตร. ยังได้กำชับ 4 วาระแห่งชาติเร่งด่วน ตามนโยบายรัฐบาลที่กระทบต่อประชาชนโดยตรง ได้แก่ (1) ยาเสพติด สั่งการขยายผลยึดทรัพย์ผู้ผลิตและนายทุนเบื้องหลัง ไม่หยุดแค่ผู้ค้ารายย่อย (2) นอมินี ตรวจสอบเส้นทางการเงินขยายผลถึงผู้อยู่เบื้องหลังที่ใช้ชื่อคนไทยบังหน้า (3) สแกมเมอร์ กำชับทุกสถานีตำรวจรับแจ้งความทุกช่องทางโดยห้ามปัดภาระ เร่งอายัดบัญชีเพื่อระงับความเสียหาย และ (4) การทุจริตประพฤติมิชอบ ยกระดับงานเดิมของจเรตำรวจและ บก.ปปป. ขึ้นเป็น ศูนย์ต่อต้านการทุจริต (ศตท.ตร.) โดยมีจเรตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ขับเคลื่อนกวาดล้างการทุจริตทั้งภายนอกและภายในองค์กรอย่างเด็ดขาด
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
