ปอศ. รวบสาวบัญชีม้าแก๊งคอลฯ! อ้างถูกกักขังบังคับเปิดบัญชีตุ๋นเทรดทอง 4 ล้าน แต่ประวัติพบมี 3 หมายจับ!
z-z412292424959.webp)
บก.ปอศ. รวบสาววัย 25 เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นเทรดทองอ้างโดนกักขังบังคับเปิดบัญชีม้าสูญเงินกว่า 4 ล้าน ขยายผลพบมีหมายจับติดตัวอื้อ 3 หมายรวด
สระแก้ว – วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.), พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์, พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.5 บก.ปปป. รรท.ผกก.3 บก.ปอศ. และ พ.ต.ต.วชิรเชษฐ์ อัครธีระพงศ์ สว.กก.3 บก.ปอศ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำกำลังเข้าจับกุมตัว นางสาวอริยะ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

ย้อนรอยคดีเพจทองออโรร่าปลอม ตุ๋นเหยื่อลงทุนสูญกว่า 4 ล้านบาท
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2566 ได้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์หลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพผ่านเพจเฟซบุ๊กปลอมชื่อ “ร้านทองออโรร่า” ซึ่งโพสต์ข้อความชักชวนให้ร่วมลงทุนเทรดหุ้นทองคำโดยอ้างผลตอบแทนสูง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินร่วมลงทุน ระบบจะแสดงตัวเลขกำไรปลอมบนแพลตฟอร์มที่คนร้ายสร้างขึ้น แต่เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินกลับถูกบ่ายเบี่ยงและอ้างเงื่อนไขต่างๆ นานา จนกระทั่งไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4 ล้านบาท ทางกองกำกับการ 3 บก.ปอศ. จึงได้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในขบวนการรวม 50 ราย

รวบคาบ้านพักอรัญประเทศ ผู้ต้องหาอ้างถูกกักขังบังคับเปิดบัญชีม้า
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ปอศ. ทราบเบาะแสว่า นางสาวอริยะ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่กับแฟนหนุ่มใกล้สถานีรถไฟอรัญประเทศ จึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ก่อนเข้าจับกุมตัวไว้ได้สำเร็จ
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงว่า เมื่อปี 2566 ตนได้หางานทำผ่านทางออนไลน์ และพบประกาศรับสมัครงานตำแหน่งแอดมินเว็บไซต์พนันออนไลน์ จึงติดต่อไปทาง Messenger ของเฟซบุ๊กดังกล่าว ก่อนจะถูกนัดหมายให้เดินทางข้ามแดนไปยังประเทศกัมพูชา
ผู้ต้องหาอ้างว่า เมื่อเดินทางข้ามไปถึงมีชายชาวกัมพูชา 2-3 คนมารับตัวไปกักขังไว้ในอาคารแห่งหนึ่งที่มีคนไทยถูกหลอกมาพักอยู่รวมกันจำนวนมาก ถูกยึดอุปกรณ์สื่อสารและหนังสือเดินทาง จากนั้นถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารไทยจำนวน 3 บัญชี พร้อมลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ และถูกพาไปสแกนหน้าที่ตึก 25 ชั้น นานกว่า 1 สัปดาห์ ก่อนจะสบโอกาสหลบหนีกลับเข้ามาฝั่งประเทศไทยได้โดยไม่ได้รับค่าจ้างแต่อย่างใด
ตรวจสอบประวัติพบมีหมายจับติดตัวเพิ่มอีก 2 หมาย จ่อขยายผลเครือข่าย
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างละเอียด พบว่าผู้ต้องหารายนี้ไม่ได้มีเพียงหมายจับคดีนี้คดีเดียว แต่ยังมีหมายจับติดตัวในคดีลักษณะเดียวกันอีก 2 หมาย ได้แก่ หมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งขยายผลสืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
