น้ำลดเผยความเสียหาย! โบสถ์เก่าอายุกว่า 200 ปี วัดใหญ่อ่างทอง ราชบุรี ชำรุดแตกร้าวหลังถูกน้ำป่าทะลักท่วม จี้กรมศิลปากรเร่งลุยแผนบูรณะปี 70
z-z45927312111.webp)
ราชบุรี - สภาพของโบราณสถานโบสถ์เก่าหลังน้ำลด ระดับลดลงแล้ว แต่สภาพโบราณสถานโบสถ์เก่าได้ชำรุดแตกร้าว หลุดเป็นชิ้นออกมา ด้านผู้ใหญ่บ้านเผยกรมศิลปากรมีแผนเตรียมบูรณะปีหน้านี้! หลังน้ำป่าลดระดับที่วัดใหญ่อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี เผยภาพโบสถ์เก่าอายุ 200 ปี เกิดรอยร้าวและหลุดร่อน

วันที่ 13 ตุลาคม 2569 หลังจากเมื่อวานนี้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเอ่อท่วมบ้านเรือนชาวบ้านในพื้นที่ อ.เมือง จ.ราชบุรี รวมทั้งวัดใหญ่อ่างทอง ตั้งอยู่หมู่ 1 ต.อ่างทอง น้ำที่เอ่อล้นตลิ่งจากห้วยอ่างทอง เข้าท่วมโรงเรียนและวัด พระอธิการสมยศ ยโสธโร เจ้าอาวาสวัดใหญ่อ่างทอง พร้อมด้วยผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ได้ช่วยกันนำกระสอบทรายมากั้นโดยรอบ และยังนำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำออกจากพื้นที่ แต่เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีการถมที่ดินสูงขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้วัดและโรงเรียนมีสภาพพื้นดินเป็นที่ต่ำ เมื่อเจอฝนตกหนักและมีมวลน้ำไหลมาก็จะกลายเป็นแอ่งกระทะรับน้ำไปโดยปริยายทันที

ล่าสุดจากการตรวจสอบพื้นที่ เมื่อตอนเที่ยงวันนี้ พบว่าหลังจากที่วัดพยายามสูบน้ำระบายออกทำให้ระดับน้ำลดลงเป็นปกติแล้ว แต่ยังคงมีบางจุดบริเวณวัดและโรงเรียนวัดใหญ่อ่างทองที่อยู่ติดกับวัด สนามโรงเรียน ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่เล็กน้อย

จากการเดินสำรวจบริเวณรอบโบสถ์เก่าพบบางจุดเริ่มชำรุดแตกร้าว โดยเฉพาะบริเวณราวลูกกรงปูนเก่าที่อยู่โดยรอบของตัวโบสถ์ถูกน้ำท่วม สังเกตจะพบร่องรอยคราบระดับของน้ำที่ท่วมขังและลดระดับลง จากที่มีร่องรอยแตกร้าว บางจุดหลุดร่อนโผล่ให้เห็นเหล็กที่อยู่ด้านใน ส่วนด้านในโบสถ์เก่ายังคงมีน้ำขุ่นผสมโคลนอยู่บนพื้นอยู่รอดทำความสะอาด

นางวริศรา รุ่งเรือง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ในช่วงนี้ หากฝนตกลงมาอีกในระลองใหม่ ก็ไม่น่าจะเกิดน้ำท่วมสูงขนาดเท่านี้แล้ว เพราะสำรวจน้ำในลำห้วยลดน้อยลงแล้ว
ส่วนกรณีเหตุที่น้ำท่วมหนัก ๆ ทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 อยู่พื้นที่ติดกัน ได้ช่วยกันนำผักตบชวาออกจากลำห้วย เพื่อเร่งระบายน้ำให้ลดลงทำให้น้ำเป็นปกติแล้ว ส่วนโบราณสถานโบสถ์เก่าแห่งนี้ ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรไปแล้ว

ซึ่งตอนนี้ได้แจ้งให้ทางกรมศิลปากรให้เข้ามาดูความเสียหายว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะปีหน้าทราบว่าทางกรมศิลปากรมีแผนที่จะบูรณะซ่อมแซม นำเข้าแผนการบูรณะปี 2570 ไว้แล้ว แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมก็น่าเป็นห่วงมาก ส่วนประวัติของโบสถ์หลังนี้ที่เคยลงข่าวว่าสร้างประมาณปี พ.ศ. 2470 นั้น อาจจะคลาดเคลื่อนไป เท่าที่รู้มาโบสถ์เก่าหลังนี้มีอายุมากกว่า 200 ปี แต่ที่เขียนว่าซ่อมแซม ปี พ.ศ. 2470 เป็นการซ่อมแซมครั้งสุดท้าย ไม่ใช่เป็นการสร้าง

อย่างไรก็ตามจากการสืบค้นประวัติการสร้างวัดใหญ่อ่างทอง ทราบว่า วัดใหญ่อ่างทองตั้งวัดเมื่อปี พ.ศ. 2325 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ประวัติการสร้างไม่ปรากฏหลักฐานในวรรณคดีหรือจารึกต่างๆ มีแต่คำบอกเล่าของผู้อาวุโสว่า หลวงพ่อโนจาเป็นพระจาก จ.เชียงใหม่ ธุดงค์มาพักปฏิบัติธรรมโปรดญาติโยม ชาวบ้านเกิดความศรัทธาจึงนิมนต์ให้อยู่จำพรรษา และได้เริ่มสร้างกุฏิให้หลวงพ่ออยู่จำพรรษา

ส่วนอุโบสถหลังเก่านี้ ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาลดชั้น เครื่องไม้มุงกระเบื้อง ด้านข้างมีชายคาปีกนกคลุม มีเสาปูนสี่เหลี่ยมรองรับโครงหลังคาโดยรอบ ที่บัวหัวเสาเป็นปูนเขียนสี หน้าบันด้านหน้าเป็นปูนปั้นประดับกระจกสี ลวดลายก้านขด มีบุคคลนั่งอยู่กึ่งกลาง มีนางเงือกถือดอกบัวอยู่ด้านซ้ายและขวา ด้านล่างมีอักษร “ ซ่อมแซม พ.ศ. 2470 ”
หน้าบันด้านหลังเป็นปูนปั้นประดับกระจกสีลายก้านขดเช่นกัน กึ่งกลางเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ภายในประดิษฐานพระประธาน 2 องค์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พุทธลักษณะใกล้เคียงกันทั้ง 2 พระองค์ มีพระสาวกอยู่ด้านซ้ายและขวา องค์พระพุทธรูปเก่าแก่ศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ช่วงศตวรรษที่ 22-23 ที่สร้างขึ้นด้วยเนื้อศิลาแลงลงรักปิดทองจำนวน 2 องค์
ส่วนด้านหน้าเป็นพระพุทธรูปยุคปัจจุบัน ยังพอเห็นลวดลายที่สวยงามอยู่ เมื่อหลายปีก่อนมีคนร้ายลักลอบตัดเศียรไป ต่อมาเจ้าอาวาสได้ร่วมกับผู้ใจบุญช่วยกันบูรณะองค์พระได้มีสภาพสมบูรณ์สวยงาม มีประชาชนเข้ามากราบไหว้อยู่เป็นประจำ โดยอุโบสถเก่าหลังนี้ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
