ตร.ไซเบอร์ สอบปากคำ “ชัยรัตน์ Godd Dam” ไร้ประเด็นทำน้ำหกใส่คอมฯ เจ้าตัวยังปากแข็งปฏิเสธทุกข้อหา ยันทำตามกฎหมายไม่ได้ทำตามคำสั่งนายกฯ ปมสลิปปลอม 7 ล้าน
z-z1047831186695.webp)
ตร.ไซเบอร์ เผย สอบปากคำ ‘ชัยรัตน์ Godd Dam’ ไม่มีประเด็น “ผู้ต้องหาอ้างทำน้ำหกใส่คอมพิวเตอร์ แล้วนำไปทิ้ง” ตามที่เป็นข่าว เจ้าตัวยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยันไม่ได้ทำตามคำสั่ง ‘นายกฯ’ แจงดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ ย้ำ ไม่ได้พาผู้ต้องหาหนีทนาย!

วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท. ในฐานะโฆษก บช.สอท., พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.สอท.1, พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด, พ.ต.อ.รชตโชค ลีวาณิชคุณ รอง ผบก.สอท.1 และ พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.1 บก.สอท.1 ได้ร่วมกันควบคุมตัวและสอบปากคำเพิ่มเติม นายชัยรัตน์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาในคดีที่เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง "Godd Dam" โพสต์ภาพและข้อความสลิปการโอนเงินปลอมจำนวน 7 ล้านบาท โดยมีชื่อผู้รับโอนคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมอ้างว่าเป็นเงินค่าน้ำชา โดยมีทนายความเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนอย่างใกล้ชิด

พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าพนักงานสอบสวนได้เบิกตัวผู้ต้องหาจาก สน.ทุ่งสองห้อง มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งในเบื้องต้นผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและยังไม่ได้ให้การที่เป็นประโยชน์มากนัก แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์มีพยานหลักฐานที่แน่นหนาเพียงพอจนทำให้ศาลอนุมัติหมายจับได้
นอกจากนี้ กรณีที่มีกระแสข่าวปรากฏตามสื่อว่าผู้ต้องหาแอบอ้างว่า “ทำน้ำหกใส่คอมพิวเตอร์ แล้วนำไปทิ้ง” นั้น พล.ต.ต.อรุษ ยืนยันชัดเจนว่า จากการสอบปากคำไม่มีประเด็นดังกล่าวตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ส่วนผลการตรวจค้นห้องพักของนายชัยรัตน์ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและบัญชีธนาคารไว้ได้ ซึ่งจะได้นำมาขยายผลสืบสวนสอบสวนต่อไป

สำหรับประเด็นที่ทางสำนักงานสิทธิมนุษยชนออกมาระบุเมื่อวานนี้ว่า มีการย้ายห้องสอบสวนจนทำให้ทนายความหาตัวผู้ต้องหาไม่พบนั้น พล.ต.ต.อรุษ ชี้แจงว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่พาผู้ต้องหาไปตรวจค้นที่บ้านพักเสร็จสิ้น ได้นำตัวกลับมาที่ บก.สอท.1 แต่เนื่องจากทางทนายความสิทธิมนุษยชนเดินทางตามมาไม่ทัน จึงทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าตำรวจนำตัวไปซ่อน
ขอยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้พาผู้ต้องหาไปซ่อนที่ไหนแต่อย่างใด ทุกขั้นตอนดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย (อุ้มหาย) อย่างเคร่งครัด และภายในอาคาร สอท.1 มีระบบกล้องวงจรปิดที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งหมด
โฆษก บช.สอท. เน้นย้ำด้วยว่า การดำเนินการทางคดีครั้งนี้ ไม่ได้ทำตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนปกติทั่วไปเช่นเดียวกับคดีอาญาอื่นๆ เนื่องจากพนักงานสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอระดับหนึ่ง และหากการสอบสวนในวันนี้แล้วเสร็จ พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาล พร้อมทั้งจะดำเนินการ คัดค้านการประกันตัว อย่างเด็ดขาด ส่วนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดใดอีกหรือไม่ จะต้องตรวจสอบประเด็นการโพสต์ย้อนหลังอย่างละเอียดอีกครั้ง
ทั้งนี้ บช.สอท. มีนโยบายเร่งด่วนในการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ผิดกฎหมายและการฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวัน ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์เน้นย้ำให้เร่งรัดดำเนินการอย่างต่อเนื่องหากมีหลักฐานชัดเจน โดยยืนยันว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติในคดีใดคดีหนึ่งเป็นพิเศษอย่างแน่นอน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
