ตร. ยันไร้กลั่นแกล้ง"อัจฉริยะ"แฉเส้นเงินชมรมฯโยงเว็บมวยพักยกฯ หลายสิบล้านมีเงินหมุนเวียนทะลุ 350 ล้าน
z-z935173971625.webp)
ตำรวจไซเบอร์โต้กลับ "อัจฉริยะ เรื่องรัตนพงศ์" ยันจับกุมตามหลักฐานไร้การกลั่นแกล้ง แฉผลสอบเส้นทางการเงินพบเงินบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมโอนเข้า-ออกเชื่อมโยงเว็บพนันมวยหลายสิบล้านบาท ขยายผลจากคดีลุยทลายเครือข่ายมวยพักยกวาไรตี้ ย่านบึงกุ่ม เงินหมุนเวียนทะลุ 1,000 ล้านบาท ช็อกพบธุรกรรมโยง "อัจฉริยะ" 212 ครั้ง มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ตรวจสอบบัญชีส่วนตัวพบเงินหมุนเวียนพุ่ง 191 ล้าน ส่วนบัญชีชมรมฯ ทะลุ 168 ล้าน เจ้าตัวเบิกจ่ายคนเดียว ขณะที่ "อัจฉริยะ" ปากแข็งปฏิเสธทุกข้อหา ยันแยกบัญชีชัดเจน ลั่นชี้แจงได้หมด
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.สอท.1 และ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์บุกเข้าจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5726/2569 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ในความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์" โดยจับกุมได้บริเวณสนามมวยเวทีอ้อมน้อย ก่อนนำตัวไปทำบันทึกการจับกุมที่ สภ.กระทุ่มแบน และคุมตัวมาสอบสวนปากคำอย่างละเอียด ณ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บัญชาการจเรตำรวจ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.สอท.1 ได้ร่วมกันเปิดเผยถึงเบื้องหลังและรายละเอียดในคดีนี้ว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการขยายผลคดีขบวนการแอบลักลอบเล่นการพนันมวยออนไลน์ "มวยพักยกวาไรตี้" ในพื้นที่ สน.บึงกุ่ม เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึง 1,000 ล้านบาท จากการสืบสวนสอบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์และเช็กเส้นทางการเงินอย่างละเอียด พบว่า มีเส้นเงินจำนวนกว่า 40 ล้านบาท โอนเชื่อมโยงไปยังกลุ่มคนทำเว็บพนันและนายอัจฉริยะ มากถึง 212 ครั้ง อีกทั้งยังพบเงินในบัญชีของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โอนเข้า-ออกสัมพันธ์กับเว็บพนันมวยอีกหลายสิบล้านบาท

จากการตรวจสอบรายการเดินบัญชีของนายอัจฉริยะอย่างรัดกุม พบว่า บัญชีส่วนตัวมีรายการเข้า-ออก 1,196 ครั้ง เงินหมุนเวียนสูงถึง 191 ล้านบาท ขณะที่บัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มีรายการเข้า-ออก 5,140 ครั้ง เงินหมุนเวียนกว่า 168 ล้านบาท ซึ่งนายอัจฉริยะมีอำนาจในการเบิกจ่ายแต่เพียงผู้เดียว เจ้าหน้าที่จึงต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ ยืนยันว่าการจับกุมเป็นการดำเนินคดีตามพยานหลักฐานและเจตจำนงของผู้บริจาคที่ต้องการให้นำเงินไปช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมจริงๆ ยืนยันตำรวจให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง

ขณะเดียวกัน ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนายอัจฉริยะเดินเข้าห้องสอบสวน นายอัจฉริยะได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนด้วยสีหน้าจริงจังโดย ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่า บัญชีของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเปิดมานานกว่า 12 ปี มีการบริหารจัดการแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบัญชีส่วนตัวของตนเอง และตนสามารถชี้แจงรายละเอียดที่มาของเงินได้ทุกบาททุกสตางค์ ส่วนประเด็นเรื่องการถูกกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ตนขอโยนให้สื่อมวลชนและประชาชนไปคิดกันเอาเอง ทั้งนี้ ส่วนการพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวในชั้นสอบสวนหรือไม่นั้น พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ระบุว่าขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
