ชาวนาจอมบึงเดือดร้อนหนัก! น้ำท่วมนาข้าวกว่า 200 ไร่จมบาดาลนานเป็นสัปดาห์ ต้นข้าวอายุ 1 เดือนเน่าตายเกลี้ยง ไร้การเยียวยาแถมจมหนี้สิน วอนรัฐช่วยวางระบบระบายน้ำถาวร
z-z594980984921.webp)
ชาวนาเดือดร้อนหนักมาก!น้ำท่วมนาข้าวหมูกว่า 200–300 ไร่ ใน ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี นานนับสัปดาห์ ต้นข้าวอายุ 1 เดือนเน่าตายเกลี้ยง ไร้การเยียวยาเพราะอ้างไม่ใช่พื้นที่ภัยพิบัติ ชาวบ้านจำใจกู้หนี้ ธกส. ลงทุนแต่ไม่ได้ข้าวแถมติดหนี้อ่วม ประกาศขายที่ดินหนีก็ไม่มีใครซื้อ ด้าน “นายสุธน” ตัวแทนชาวบ้านวอนรัฐช่วยวางระบบระบายน้ำถาวรด่วน!


เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ว่ากำลังเผชิญกับความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่นาข้าววงกว้างกว่า 200–300 ไร่ มานานหลายวัน ส่งผลให้ต้นข้าวที่กำลังเจริญเติบโตอายุประมาณ 1 เดือน จมน้ำเน่าตายเสียหายทั้งหมด แม้ที่ผ่านมาจะเคยแจ้งผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและถ่ายรูปเป็นหลักฐานหลายครั้ง แต่เรื่องก็เงียบหายทุกครั้ง จนชาวบ้านหลายครัวเรือนต้องติดป้ายประกาศขายที่ดินหนีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก แต่ผ่านมานานกว่า 2 ปีก็ยังไม่สามารถขายได้ จึงต้องออกมาวอนสื่อมวลชนช่วยสะท้อนปัญหาไปถึงผู้มีอำนาจให้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ


จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณริมถนนสายเลี่ยงเมืองจอมบึง–สวนผึ้ง พบสภาพทุ่งนากว้างขวางถูกมวลน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมจนขาวโพลนไปทั่วบริเวณ บางแปลงมีป้ายประกาศขายที่ดินปักแช่อยู่ในน้ำอย่างน่าเวทนา


นายสุธน ตัวแทนชาวบ้านหมู่ 7 ที่ได้รับความเดือดร้อน เปิดเผยข้อมูลร่วมกับชาวบ้านว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องหลายวันทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมนาข้าว 200-300 ไร่ จมอยู่ใต้น้ำมานานราว 1 สัปดาห์ เสียหายยับเยินทั้งหมด ส่งผลให้ทุกครัวเรือนประสบภาวะวิกฤต เป็นหนี้สินก้อนโต เนื่องจากเกษตรกรจำเป็นต้องกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) มาใช้ลงทุนทำนา แต่เมื่อไม่ได้ผลผลิตก็ไม่มีเงินไปใช้หนี้


ที่ผ่านมาเมื่อไปร้องเรียนกลับไม่เคยได้รับความช่วยเหลือ หรือเงินชดเชยเยียวยาพืชผลเสียหาย โดยทางหน่วยงานมักอ้างว่าไม่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเนื่องจากน้ำท่วมเป็นบางพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเคยถูกผู้นำชุมชนบางคนตั้งคำถามกลับว่า “รู้ว่าน้ำท่วมทุกปีแล้วมาทำทำไม?” ซึ่งชาวบ้านรู้สึกเสียใจและคับแคบใจ เพราะการทำนาคืออาชีพที่ทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ หากไม่ทำนาแล้วจะให้ไปประกอบอาชีพอะไร
ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า ความต้องการสูงสุดในตอนนี้ไม่ได้ต้องการเพียงเงินเยียวยาระยะสั้น แต่อยากให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มาช่วยวางแผนและหาแนวทางระบายน้ำอย่างถาวร เช่น การขุดลอกคลองหรือสร้างลำรางระบายน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถไหลออกไปได้ ไม่ท่วมขังซ้ำซากจนชาวบ้านต้องตกอยู่ในความเสี่ยงและแบกรับภาระหนี้สินทุกปี
นอกจากนี้ หลายคนพยายามแก้ปัญหาด้วยการประกาศขายที่ดินเพื่อหนีไปทำอาชีพอื่น แต่ประกาศมานานถึง 2 ปีแล้วก็ยังไม่มีใครกล้าซื้อ เนื่องจากพอผู้ซื้อเห็นสภาพพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังทุกปีก็ถอดใจ ชาวบ้านจึงอยากวิงวอนให้สื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงส่งต่อไปยังผู้มีอำนาจตัวจริง ให้ลงมาช่วยเหลือและแก้ไขความเดือดร้อนให้ชาวนาจอมบึงอย่างจริงจังเสียที
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
