ข่าวเจาะลึก1(1)
ข่าวเจาะลึก 1 (1)

เดือดกลางโซเชียล! "สมภพ พอดี" นักธุรกิจชื่อดังและนิสิตเก่าจุฬาฯ ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง "อนุทิน ชาญวีรกูล" รมว.มหาดไทยและนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ใช้อำนาจตามกฎหมาย "ปลดผู้ว่าฯ กทม." และดำเนินคดีตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แฉหลักฐานตัวเลขสุดอึ้งจากสำนักการระบายน้ำ ชี้สถานีสูบน้ำ กทม. 172 แห่ง ทำงานได้จริงแค่ 17-25% ในช่วงวิกฤตฝนตกหนัก ซัดทำงานไม่เป็นทำเศรษฐกิจเมืองหลวงสูญหมื่นล้าน วอนรัฐบาลปลดออกแล้วตั้งคนมีฝีมือมาทำหน้าที่แทนจนกว่าจะเลือกตั้งใหม่

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ เมื่อ นายสมภพ พอดี นักธุรกิจและนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นจดหมายเปิดผนึกส่งถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทำงานและพิจารณาใช้อำนาจตามกฎหมายลงโทษผู้บริหารกรุงเทพมหานคร จากกรณีสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ กทม. ที่ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม

นายสมภพ ระบุว่า กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 6 ล้านคน คิดเป็นเกือบ 1 ใน 10 ของประเทศ สร้างรายได้กว่า 1 ใน 3 และจัดเก็บภาษีได้มากกว่า 2 ใน 3 ของประเทศ การบริหารจัดการ กทม. ให้มีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทว่าตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 5 ปี กทม. กลับประสบปัญหาน้ำท่วมทุกปีจนสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจประเมินมูลค่าความสูญเสียสูงถึงหมื่นล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริหาร กทม. ชุดปัจจุบันกลับล้มเหลวในการแก้ปัญหา และทำได้เพียงขอโทษประชาชนโดยไม่มีการรับผิดชอบหรือปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น

เพื่อยืนยันข้อกล่าวหาดังกล่าว นายสมภพ ได้นำสถิติการทำงานของสถานีสูบน้ำจากสำนักการระบายน้ำ กทม. มาเปิดเผย พบว่าในช่วงวิกฤตน้ำท่วมขังตั้งแต่วันที่ 28-29 กันยายน 2569 สถานีสูบน้ำทั้งหมด 172 แห่ง กลับสามารถเปิดทำงานได้จริงเพียง 17.4% - 25% เท่านั้น โดยแบ่งเป็น:

วันที่ 28 ก.ย. เวลา 11.40 น.: เดินเครื่อง 43 จาก 172 สถานี (25%)

วันที่ 28 ก.ย. เวลา 17.40 น.: เหลือเดินเครื่อง 37 สถานี (21.5%)

วันที่ 28 ก.ย. เวลา 21.40 น.: เหลือเดินเครื่อง 30 สถานี (17.4%)

วันที่ 29 ก.ย. เวลา 07.00 น.: เดินเครื่องเพียง 33 สถานี (19.2%)

นายสมภพ ชี้ว่า ตัวเลขดังกล่าวคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงถึงความไม่สามารถและการทำงานไม่เป็นของผู้ว่าฯ กทม. และทีมงาน และแม้ว่า กทม. จะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ แต่นายอนุทิน ในฐานะ รมว.มหาดไทย และนายกรัฐมนตรี ยังคงมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมาย จึงขอเรียกร้องให้นายอนุทินพิจารณาใช้อำนาจ ปลดผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออกจากตำแหน่ง พร้อมดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจนเกิดความเสียหาย และแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำหน้าที่แทนชั่วคราวจนกว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ต่อไป

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888