กทม. ลุยคุมเข้มเหตุน้ำมันรั่วพระราม 3 สูบเก็บแล้ว 22,000 ลิตร เตรียมเปิดหน้าดินหาจุดรั่วซึม ยันปลอดภัยไร้รั่วลงแหล่งน้ำ-ยังไม่ต้องอพยพ
z-z1097787018142.webp)
เกาะติดเหตุน้ำมันปนเปื้อนท่อระบายน้ำพระราม 3! “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ เผยสูบเก็บน้ำมันได้แล้ว 22,000 ลิตร ยืนยันไม่มีการปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะ ตั้งกองอำนวยการร่วมเฝ้าระวัง 24 ชม. ประเมินแล้วยังไม่ต้องอพยพ เตรียมนำรถขุดเจาะเปิดหน้าดินหาจุดรั่วซึมใน 2-3 วันนี้

ค่ำวานนี้ (8 กันยายน พ.ศ. 2569) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์กรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำบริเวณถนนเชื้อเพลิงและใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างเขตคลองเตยและเขตยานนาวา โดยกรุงเทพมหานครได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงพลังงาน กรมควบคุมมลพิษ และผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน เพื่อเร่งควบคุมการปนเปื้อนและเฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการบล็อกท่อระบายน้ำเพื่อจำกัดวงการไหลของน้ำปนเปื้อน พร้อมทั้งวางบูมซับน้ำมันและระดมสูบระบายน้ำปนเปื้อนออกจากระบบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำมันตกค้างลดลงเหลือเพียงคราบฟิล์มบางๆ และกลิ่นน้ำมันลดความรุนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ ยืนยันว่าน้ำมันทั้งหมดที่สูบออกมาจะถูกนำไปบำบัดและกำจัดตามกระบวนการที่ถูกต้องตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม โดยไม่มีการปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะอย่างแน่นอน สำหรับผลการดำเนินงานล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถสูบเก็บน้ำมันตกค้างในระบบระบายน้ำได้แล้วประมาณ 22,000 ลิตร

ทางด้านที่ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีมติจัดตั้งกองอำนวยการร่วม โดยมอบหมายให้ บำรุง สำเนียงงาม ผู้อำนวยการเขตคลองเตย เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ และให้บริษัทน้ำมันเอกชนเป็นหน่วยงานหลักในการแก้ไขปัญหา วิเคราะห์หาสาเหตุ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมี สุชัย พงษ์เพียรชอบ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตคลองเตย พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง


ในส่วนของมาตรการความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ได้ตรึงกำลังเฝ้าระวังพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจวัดค่าความเข้มข้นของไอระเหยไวไฟ (LEL) บริเวณผิวถนนและพื้นที่รอบข้างอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับ 15-20% จะประสานสถานีดับเพลิงและกู้ภัย รวมถึงสำนักงานเขตเข้าดำเนินการทันที พร้อมทั้งเตรียมโฟมดับเพลิง รถดับเพลิง และกำลังพลสนับสนุนในพื้นที่เสี่ยง ขณะเดียวกัน ที่ประชุมประเมินว่าสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นต้องอพยพประชาชนในชุมชนใกล้เคียงทั้ง 2 แห่ง โดยแนะนำให้กลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางเดินหายใจ สวมหน้ากากอนามัยชนิดคาร์บอนเพื่อลดการสัมผัสกลิ่นในเบื้องต้น และหากพบเหตุผิดปกติสามารถแจ้งผ่านระบบ Traffy Fondue ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ กทม. เตรียมนำเครื่องมือและรถขุดเจาะเข้าพื้นที่เพื่อเปิดหน้าดินและสำรวจแนวท่อ หาจุดบกพร่องหรือรอยรั่วซึม โดยจะประสานงานร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทยและหน่วยงานสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบท่ออื่นๆ คาดว่าจะต้องมีการปิดการจราจรในบางเส้นทางเพื่อปฏิบัติงานเป็นเวลาประมาณ 2-3 วัน ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและชุมชนในพื้นที่รับทราบล่วงหน้าต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
