2 เหยื่อผู้เสียหายถูกปล่อยภาพ - คลิปลับ ร้องเพจสายไหมต้องรอด

วันที่ 23 ก.พ.68 ผู้เสียหายคนแรก เป็น นักเรียนชายชั้น ม. 1 อายุ 13 ปี เข้าร้องเพจสายไหมต้องรอด หลังเข้าไปเล่นแอปโซเชียลมีเดีย และถูกกะเทยใช้โปรไฟล์สาวสวยหลอกไปถ่ายคลิปอนาจาร และถูกนำภาพลับมาเผยแพร่ ทำให้ได้รับความเสียหาย

ผู้เสียหายเล่าว่า ขณะที่เล่นแอป X (Twitter) ก็เห็นโพสต์ของสาวสวยคนหนึ่ง ชื่อ "ริน" ขึ้นมาบนหน้าฟีด ลักษณะโพสต์ชวนคุย 18+ นัดมีความสัมพันธ์กัน หรือที่ทีมสายไหมต้องรอดเรียกว่า "นัดเผ็ด" ตนเองสนใจจึงทักไปคุย และมีการแลกเปลี่ยนรูปภาพลับกัน จากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ อีกฝ่ายก็นัดให้ไปเจอกันที่ห้องของอีกฝ่ายที่ย่านลาดกระบัง เมื่อไปถึง ตนเองไม่พบ "ริน" พบแต่กะเทยคนนึง อายุประมาณ 20 ปี อ้างตัวเป็นน้องชายของ "ริน" ก่อนที่อีกฝ่ายจะบอกให้ตนเองไปอาบน้ำก่อน ตนเองก็ทำตาม และเมื่ออาบน้ำเสร็จ ตนเองออกมา ก็ถูกกะเทยคนดังกล่าวชวนคุยไปเรื่อยๆ ก่อนจะเริ่มลวนลามและล้วงของลับของตนเอง ตนเองจึงขัดขืนและหนีออกมา

จากนั้น 2-3 วัน กะเทยก็ทักมาข่มขู่ว่าจะโพสต์ภาพที่ตนเองอาบน้ำ รวมถึงภาพที่เคยได้แลกรูปไว้ออกมาประจาน โดยไม่ต้องการเงิน แต่ต้องการให้ตนเองกลับไปมีความสัมพันธ์ด้วยและถ่ายคลิปไว้ เพื่อนำไปขายในโซเชียล แต่ตนเองไม่ยินยอม และพยายามแฉกะเทยกลับ ทำให้กะเทยไม่พอใจ ใส่ร้ายว่าตนเองมีอาการป่วยทางจิต และพยายามคุกคามฝ่ายกะเทย บังคับให้ฝ่ายกะเทยส่งรูปลับ 18+ มาแลกกัน ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ก่อนที่ตนเองจะถูกปล่อยรูปของลับออกมาว่อนโซเชียล เพื่อนที่โรงเรียนบางคนก็เห็นรูปดังกล่าวและเอามาส่งต่อ ทำให้ตนเองอับอายเป็นอย่างมาก

สืบทราบข้อมูลของกะเทยคนนี้ พบว่ายังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังย่านลาดกระบัง และน่าจะกระทำเช่นนี้กับผู้เสียหายคนอื่นอีกหลายคน อาจจะถึงหลัก 100 คน บางคนก็ต้องยอมให้กะเทยคนนี้กระทำอนาจารและถ่ายคลิปไว้
ส่วนผู้เสียหายอีกคน เป็นหญิงสาว อายุ 21 ปี ถูกชวนคุยและแลกรูปลับ 18+ ลักษณะคล้ายคดีแรก แต่ต่อมาเมื่อฝ่ายชายขอนัดเจอ ฝ่ายหญิงไม่ยอมไปเจอ จึงถูกปล่อยภาพและคลิปลับต่างๆ ที่เคยส่งให้ดู ทำให้เกิดความเสียหาย
ผู้เสียหายเปิดเผยว่า รู้จักฝ่ายชายผ่านทางแอปพลิเคชันหาคู่ในเฟซบุ๊ก และมีการคุยกันแลกไลน์กัน โทรไลน์กัน คุยเรื่อง 18+ แลกคลิปลับกัน ซึ่งเวลาส่งไปให้ดู ตนเองก็จะรีบลบ แต่อีกฝ่ายน่าจะแอบเซฟเก็บไว้ ต่อมาวันนึงฝ่ายชายก็โทรมา ตนเองเริ่มรำคาญ เพราะคุยแต่เรื่อง 18+ จึงตัดสายทิ้งและบล็อกอีกฝ่ายไป แต่ถัดมาประมาณ 1 สัปดาห์ ฝ่ายชายก็แอดไลน์ใหม่มาอีก และโทรมาหาถามเรื่อง 18+ เหมือนเดิม ตนเองทนไม่ไหว ก็ตัดสายอีก ทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ โมโห และส่งข้อความมาด่าตนเอง และบอกว่า "เดี๋ยวเจอกันใน VK ((แอปหาคู่))" แล้วเรื่องก็เงียบไป
ผ่านไปอีก 1 สัปดาห์ ก็มีผู้ชายแปลกหน้าแอดไลน์มา พร้อมส่งคลิปลับมาให้ดู ถามว่าใช่ตนเองไหม ดังใหญ่แล้วนะใน VK ตนเองจึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ตำรวจก็บอกว่า ผู้ชายคนนี้ทำงานที่ไปรษณีย์แห่งหนึ่ง มีประวัติคดีติดตัว เคยไปแบล็คเมล์ผู้หญิงคนนึงมาก่อน และจะช่วยดูแลคดีให้ แต่ตอนหลังตำรวจก็เป็นคนไม่ดีเหมือนกัน หวังจะมีความสัมพันธ์กับตนเองเช่นกัน มีความพยายามนัดให้ไปเจอ แต่เมื่อตนเองไม่ไปเจอ ก็ทำเหมือนไม่ว่างทำคดีให้ตนเอง อ้างคิดคดีที่ใหญ่กว่า ทำให้คดีไม่คืบหน้า โทรไปก็ไม่รับ ไลน์ไปก็ไม่ตอบ
ระหว่างนี้ฝ่ายชายที่ก่อเหตุก็ส่งข้อความข่มขู่ตนเองเรื่อยๆ บอกจะส่งคลิปให้ครอบครัว และจะเอาคลิปไปขาย ล่าสุดเพื่อนสนิทของตนเองกำลังเล่นเฟซบุ๊กอยู่ ก็มีคนแปลกหน้ามาแปะคลิปลับของตนเองที่ใต้โพสต์เพื่อนสนิท พร้อมแท็กชื่อเฟซบุ๊กของตนเองลงไปด้วย ทำให้ตอนนี้ตนเองกลัวคนรู้จักรู้ เพราะตนเองยังเป็นนักศึกษาอยู่ กลัวกระทบกับการเรียน ชีวิตและครอบครัว
ขณะที่นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอดบอกว่า ซึ่งถือเป็นภัยสังคมอย่างมาก ดังนั้นในวันพรุ่งนี้ 10.00 น. จะพาผู้เสียหายทั้ง 2 คนไปพบพลตำรวจตรีศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
