001

001

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต. มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ. เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ. มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป., เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.1 บก.ป. นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท. เรืองวิทย์ ดวงจินดา สว.กก.1 บก.ป. , ร.ต.อ. ณัฐเดช สุทธิชาญบัญชา รอง สว (สอบสวน) กก.1 บก.ป., ร่วมกันจับกุม นายพุธศุกร์ ฯ ฉายา แบงค์ ดินแดง อายุ 29 ปี อาศัยอยู่ใน หมู่ที่ 10 ตำบลทุ่งกระตาดพัฒนา อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์   โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่นและร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นโดยมิได้กระทำต่อประชาชนแต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ” สถานที่จับกุม บริเวณ คอนโดมิเนียม ซอยประชาสงเคราะห์ 20 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

 

S26380210

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2567 ผู้เสียหายได้รู้จัก กับนายพุธศกร์ ฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) ผ่านแอปพลิเคชั่นหาคู่ จากนั้นได้กล่าวอ้างกับผู้เสียหายว่า เคยเป็นนักมวยและเป็นเจ้าของกองทุนธนาคารเกียรนาคินภัทร จำนวน 600,000 บาท ต่อมา นายพุธศุกร์ฯ ให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์  และพูดคุยสนทนากัน จากนั้นได้ชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนกับกองทุนดังกล่าว โดยอ้างว่าถ้าถอนเงินออกมาจากกองทุนทั้งหมด จะได้รับเงินปันผลกำไร จำนวน 60,000 บาท แต่จะต้องโอนเงินค่าธรรมเนียม เข้าไปก่อน จึงจะถอนเงินได้ และจะโอนเงินจำนวน 60,000 บาท เข้าบัญชีผู้เสียหายทันที ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินไปครั้งแรก เป็นเงิน 2,000 บาท จากนั้นผู้เสียหายทวงถามเรื่องเงินปันผลกำไรกับนายพุธศุกร์ฯ  ก็บ่ายเบี่ยง และแจ้งว่าจะต้องโอนเงินเพิ่มอีกจึงจะถอนเงินได้ ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินเพิ่มไปอีกเรื่อยๆ  ระหว่างวันที่ 2 มีนาคม 2567 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2567 จำนวน 74 ครั้ง ซึ่งรวมเป็นเงินที่เสียหายทั้งหมด 106,254 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ชื่อนายพุธศุกร์ฯ และบัญชีธนาคาร ชื่อนายธีะวัฒน์ฯ  (ผู้ต้องหาที่ 2) ทุกครั้งที่ทวงถาม นายพุธศุกร์ฯ ก็ได้บ่ายเบี่ยงที่จะโอนเงินปันผลกำไรให้ผู้เสียหายมาโดยตลอด และได้ส่งรูปภาพที่นำมาจากเว็บไซต์อื่นมาหลอกลวงผู้เสียหายว่านำเงินไปดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมกองทุนเรียบร้อยแล้ว 

ต่อมานายพุทธศุกร์ฯ ได้นัดหมายให้ผู้เสียหายไปพบ เพื่อรับเงินผลกำไรจากกองทุนดังกล่าวเมื่อพบ นายพุธศุกร์ฯ ก็ไม่ยอมโอนเงินปันผลกำไรให้ ผู้เสียหายจึงรู้ว่าถูกหลอก จึงบอกกับนายพุธศุกร์ฯ 

ว่าจะไปแจ้งความกับตำรวจ นายพุธศุกร์ฯ ได้พูดท้าทายว่า ไปแจ้งความได้เลย ไม่กลัว มันเป็นคดีแพ่ง  ไม่ใช่คดีอาญา มันยอมความกันได้ และอ้างว่าพ่อเป็นตำรวจ ซึ่งในความเป็นจริงพ่อของนายพุธศุกร์ฯ ไม่ได้เป็นตำรวจตามที่กล่าวอ้าง ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.จระเข้น้อย  พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาล ออกหมายจับ จนกระทั่งวันที่ 6 สิงหาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.๑ บก.ป. สืบสวนทราบว่า นายพุธศุกร์ฯ หลบหนีไปอาศัยอยู่คอนโดมิเนียม ซอยประชาสงเคราะห์ 20 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเดินทางไปตรวจสอบ และเฝ้าสังเกตการณ์ ต่อมาพบบุคคลชาย ลักษณะคล้ายตามตำหนิรูปพรรณ เดินอยู่บริเวณหน้าคอนโดดังกล่าว ( สถานที่จับกุม ) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้สอบถามชื่อ-นามสกุล พร้อมตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน ทราบชื่อว่า นายพุธศุกร์ ฯ อายุ 29 ปี ซึ่งตรงกับบุคคลตามหมายจับของศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.611/2567 ลงวันที่ 24 เมษายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัว และเข้าทำการจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.จรเข้น้อย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888