'อาเขย''ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงหลานชายดับ2ศพบาดเจ็บอีก 1 คาดปมปัญหาที่จอดรถ

เมื่อเวลา 09.23 น.วันที่ 30เม.ย.68 ร.ต.ท.อารอฟัต บินยูโซ๊ะ รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงกันภายในซอยตรงขับกับซอย 5 ถนนศุภสารรังสรรค์ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลาหลังจากลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรรมรัตน์ เพชรหนองชุม ผกก.สภ.หาดใหญ่ ที่เกิดเหตุอยู่หน้าบ้านเลขที่ 235/46 ติดกับอู่ซ่อมรถยนต์เลขที่ 235/23 มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ นายพงษ์ศักดิ์ อายุ 36 ปี หรือต่อ และน.ส.กิตติยา อายุ 33 ปี หรือเตย ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันโดยถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม.และถูกเข้าบริเวณลำตัวทั้งคู่จำนวนหลายนัด นายพงศ์ศักดิ์ สามีถูกยิงในรถเก๋งไฟฟ้า ยี่ห้อเนต้า สีฟ้าทะเบียน 5 ขอ 2026 กทม.ที่จอดอยู่หน้าบ้านส่วน น.ส.กิตติยา ภรรยา ถูกยิงนอนจมกองเลือดอยู่ภายในห้องโถงหน้าบ้าน หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี(ท่งเซียเซี่ยงตึ้ง)หาดใหญ่ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุได้พาตัวทั้งสองคนส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ แต่ทั้ง นายพงศ์ศักดิ์ สามีและ น.ส.กิตติยา ภรรยาทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก1 คน คือลุงเต้ย ซึ่งเป็นพ่อของสามีภรรยาคู่นี้ ถูกตีด้วยอาวุธปืนเข้าที่ศรีษะจนแตกหน่วยกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ส่วนผู้ก่อเหตุก็ยืนรอมอบตัวกับตำรวจอยู่ภายในอู่ ทราบชื่อคือ นายบุญหนัก อายุ 64 ปี หรือช่างหนุ่มซึ่งเป็นเจ้าของอู่ และสามีภรรยาเรียกว่าอาหนุ่ม จึงควบคุมตัวเอาไว้

หลังจากที่ตำรวจได้สอบสวนเรื่องราวในเบื้องต้นทราบว่าทั้งคนยิงและคนถูกยิงเป็นญาติพี่น้องกันเอง โดยนายบุญหนัก หรือช่างหนุ่มคนยิง มีศักดิ์เป็นอาเขยของสามีภรรยาคู่นี้ แต่ว่าทั้งสองฝ่ายแทบจะตัดญาติไม่คุยกันมานานหลายสิบปีโดยเมื่อเช้านี้ นายบุญหนัก หรือช่างหนุ่ม ขับรถเบนซ์จากบ้านพักที่ อ.นาหม่อม มาที่อู่เพื่อมาเปิดอู่ซ่อมรถตามปกติ แต่ว่ามีรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีขาว ของ น.ส.กิตติยา หรือเตย จอดอยู่ชิดติดอยู่กับอู่ ทำให้ ช่างหนุ่ม ถอยรถเก๋งของลูกค้าเข้าไปซ่อมไม่ได้ ทั้งคู่จึงมีปากเสียงกัน

ต่อมา นายพงษ์ศักดิ์ หรือต่อ สามีซึ่งขับรถแกร็ปคาร์กลับมาจากส่งค้า และมาจอดหน้าบ้าน ก็ถูก ช่างหนุ่มที่ยืนรออยู่หน้าอู่เดินไปใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่ 4-5 นัด จนรถไหลไปชนกับท้ายรถเก๋งของช่างหนุ่ม จากนั้นช่างหนุ่มก็เดินเข้าไปในบ้าน ไปกระหน่ำยิง น.ส.กิตติยา อีกคนซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าอู่ช่างหนุ่มบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้ตลอด ตั้งแต่ช่างหนุ่มเดินเข้าไปยิง นายพงษ์ศักดิ์ คารถเก๋ง ซึ่งกำลังจอดจอดรถเก๋งเสร็จแล้วก็เดินเข้าไปยิง น.ส.กิตติยาภายในบ้านแต่ว่าตอนที่เข้าไปยิง น.ส.กิตติยา นั้น นายสุระชา หรือลุงต้อย ซึ่งเป็นพ่อของคนที่ถูกยิง และขายขนมอยู่หน้าปากซอยกับภรรยา ได้ยินเสียงปืนจึงรีบวิ่งมาดูและพบกับช่างหนุ่มที่อยู่ในบ้านพอดีทั้งคู่จึงเกิดการยื้อแย้งปืนกันและชกต่อยกันขึ้น ทำให้ลุงต้อยถูกตีด้วยปืนหัวแตกเลือดอาบไปอีกคน

และจากการสอบถาม นางดวงจันทร์ สุกระมณี อายุ 69 ปี ภรรยาของลุงต้อยที่อยู่ในเหตุการณ์นี้ เล่าว่า ช่างหนุ่มมีศักดิ์เป็นน้องเขยของลุงต้อยสามีตนเอง และมีศักดิ์เป็นอาเขยของลูกสาวกับลูกเขยที่ถูกยิงตอนเกิดเหตุตนกับลุงต้อยสามี กำลังขายขนมดอกโดนอยู่หน้าปากซอย และเห็น นายพงษ์ศักดิ์ ลูกเขย ขับรถเก๋งกลับเข้าบ้าน ทีแรกจะเรียกแล้วว่าอย่าเข้าไปเพราะคิดอยู่แล้วว่าเหตุการณ์ไม่น่าไว้วางใจเพราะว่าลูกสาวมีเรื่องทะเลาะกับช่างหนุ่มอยู่ก่อนแล้ว แต่ห้ามไม่ทันผ่านไปราว5 นาทีจึงได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 4-5 นัด จึงคิดว่าช่างหนุ่มน่าจะยิงลูกเขยที่เพิ่งขับรถเข้าไปแน่ ตนกับสามีก็รีบวิ่งมาดู ก็พบว่าลูกเขยถูกยิงได้รับบาดเจ็บอยู่ในรถ พอเข้าไปดูในบ้านก็พบลูกสาวนอนอยู่กับพื้นบอกว่าถูกยิงตอนนั้นช่างหนุ่มก็ยังอยู่ในบ้านสามีก็เลยไปแย่งปืนและชกต่อยกันขึ้นทำให้สามีถูกตีเข้าที่หน้าผากจนแตกเลือดอาบและถูกกระทืบอีกหลายครั้ง จากนั้นช่างหนุ่มก็เดินออกไปมือเปล่าเพราะทำปืนตกไว้ในบ้านช่วงที่ชกต่อยกัน

ส่วนปมเหตุที่ทำให้มีเรื่องกันเริ่มมาจากช่างหนุ่มสร้างอู่รุกล้ำกินที่บ้านของนายต่อ จึงกลายเป็นปัญหาระรองระแหงกันมาตลอด และพักหลังก็เริ่มมีปัญหาเรื่องเสียงเครื่องยนต์และกลิ่นน้ำมันทำให้ลูกสาวร้องเรียนไปยังเทศบาล ทำให้ช่างหนุ่มไม่พอใจและหลายสิบปีที่ผ่านมาทั้งสองครอบครัวแม้จะเป็นพี่น้องกันแต่ว่าแทบจะตัดขาดจากความเป็นญาติไม่มองหน้าไม่คุยกันเลย และมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ่อยเพราะต่างฝ่ายต่างไม่พอใจกันทั้งเรื่องที่จอดรถที่ช่างหนุ่มไม่พอใจที่ไม่จอดรถกีดขวางทางเข้าอู่ และเรื่องของเสียงดังจากอยู่ แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขั้นจึงกันในวันนี้ป้าดวงเดือนบอกว่าเคยพูดคุยกับสามีและลูกสาวลูกเขยว่าให้คุยกันเคลียร์ใจกันแต่ว่าทุกอย่างมันสายเกินไปต่างฝ่ายต่างไม่ยอมหันหน้ามาคุยกัน

ด้าน นายบุญหนัก หรือช่างหนุ่ม มือปืนรายนี้ เล่าถึงสาเหตุที่ระเบิดอารมณ์ยิงหลานทั้งสองคนว่า เริ่มมาจากเมื่อเช้านี้ทะเลาะกับ น.ส.กิตติยา หรือเตย หลานสาวก่อนเพราะจอดรถเก๋ง ติดอยู่กับอู่ ทำให้ถอยรถเข้าไปซ่อมในอู่ไม่ได้ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมเลื่อนให้และชักหน้าใส่ ตนก็บอกว่าได้เดี๋ยวเจอกัน และพูดว่าจะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ให้ดู ก็เลยพกปืนยืนรออยู่หน้าอู่ เพื่อรอ ให้ นายพงษ์ศักดิ์ หลายชาย กลับมาเพื่อที่จะยิงทีเดียวทั้งสองคนไม่ให้เหลือเพราะกลัวว่าถ้าไม่ยิงทั้งคู่เดี่ยวภรรยาตนอยู่คนเดียวจะลำบาก พอนายพงษ์ศักดิ์ หลานชายขับรถเก๋งมาจอดหน้าบ้านก็เดินไปยิงทันทีและเข้าไปยิงหลานสาวที่อยู่ในบ้าน ช่างหนุ่ม บอกว่า ตนเก็บสะสมความคับแค้นใจมา 20 ปีเต็ม บางครั้งก็ถูกพูดจาถากถาง บางครั้งเวลามีเรื่องกันก็ถูกด่าพ่อล้อแม้และพูดจาท้าทาย ที่หนักสุดคือเมื่อราว 4 ปีที่เลย เคยถูก นายพงษ์ศักดิ์ หลานชายตบหน้าและเก็บความแค้นไว้ในใจรอวันสะสาง และเตรียมตัวเตรียมใจมาหลายปี และวันนี้ก็เคลียร์งานในอู่ไว้เรียบร้อยแล้วทั้งจากเหตุการณ์เมื่อเช้านี้และทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้ระงับอารมณ์ไม่อยู่ ใช้อาวุธปืนยิงหลานทั้งสองคนกะว่าจะเอาให้ตายทั้งคู่ หลังก่อเหตุก็ไม่คิดจะหลบหนียอมมอบตัวกับตำรวจแต่โดยดี ทางตำรวจจึงควบคุมตัว ช่วงหนุ่ม ไปสอบสวนและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
